ภราดร ยัน การเมืองดีอยู่ที่กติกา ถามกลับพรรคการเมืองใดอยู่ฝ่ายเผด็จการ ทุกคนล้วนมาจากการเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดเสวนาวิชาการเรื่องพรรคการเมืองสร้างชาติ และการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการพรรคการเมือง โดยมี นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายวุฒิสาร ตันไชย นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมการเสวนา ทั้งนี้ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวเปิดงาน และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวรายงาน โดยมีสมาชิกพรรคการเมืองเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเมืองจะดีหรือไม่ดี ต้องเริ่มต้นที่กติกา พรรคการเมืองจะดีไม่ได้ถ้ากติกาไม่ดี พรรคการเมืองเป็นบ้านของคนที่มีอุดมการณ์ความคิดเดียวกัน มีหน้าที่นำเสนอแนวคิดของตัวเองไปสู่สาธารณะ สอบถามพี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไร แล้วนำมาเขียนเป็นนโยบาย ที่ผ่านมาพรรคการเมืองถูกกดทับ บีบคั้น ทำให้รู้สึกว่านักการเมืองเป็นสิ่งชั่วร้าย เป็นสิ่งที่สังคมไม่ปรารถนา จึงออกกติกาให้เหมือนเข่นฆ่าพรรคการเมือง นักการเมืองไม่ให้เติบโตขึ้น รัฐธรรมนูญ 50-60 มีการออกกติกายุบพรรค ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการยุบพรรค

การอยู่หรือตายควรต้องขึ้นกับประชาชน วันนี้หลายพรรคไม่มีสถานะแล้ว เท่ากับว่าประชาชนไม่เลือก เราที่นั่งอยู่ตรงนี้ผ่านประสบการณ์ยุบพรรคมาแล้ว มันเจ็บปวดที่ต้องทำการเมืองแล้วต้องคอยระแวงว่าจะถูกยุบพรรคจากการทำการเมืองของพวกเรา
ทั้งนี้ ตนอยากเห็นพรรคการเมืองแข่งขันกันเรื่องทัศนคติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เราจะพัฒนาประเทศผ่านมุมมองนโยบายต่างๆ อย่างไร ซึ่งในการเลือกตั้งปี 62 เราไม่ได้แข่งกันเรื่องพวกนี้เลย แต่แข่งกันว่าคุณพวกใคร พวกประชาธิปไตย หรือเผด็จการ ตนถามว่ามีที่ไหนที่พรรคการเมืองอยู่ฝ่ายเผด็จการ เพราะทุกคนมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคการเมืองควรต้องสู้กันที่นโยบาย

นายภราดร กล่าวถึงกรณีเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่มีการตั้งคำถามว่าพรรครัฐบาลมีความเป็นห่วงโครงการดังกล่าวแล้วจะขอไม่เข้าร่วมประชุมหรือไม่ ว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล รัฐบาลได้ประกาศเป็นนโยบายของรัฐบาลไปแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ใน องคาพยพก็ต้องเดินหน้าไปตามนโยบายของรัฐบาล แน่นอนว่าพรรคภูมิใจไทยก็ต้องเดินหน้าไปตามนโยบายของรัฐบาล แต่ในปี 67 ยังติดขัดในเรื่องของงบประมาณที่ยังไม่สามารถเอาไปใช้ได้ ก็อาจจะต้องหาช่องทางอื่นซึ่งเชื่อว่าขณะนี้ทางรัฐบาล
กระทรวงการคลังกำลังหาช่องทาง เพื่อจะนำเงินมาดำเนินนโยบายนี้ได้อย่างไร แน่นอนว่าก็มีทางออกในการออกเป็น พ.ร.ก. เงินกู้ได้หรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี หรือออกเป็น พ.ร.บ. ซึ่งต้องผ่านสภาได้หรือไม่ ก็ต้องมาถกเถียงในสภาต่อไป ดังนั้น ตนคิดว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อเป็นนโยบายรัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องร่วมกันผลักดันให้สำเร็จ หากไม่มีอะไรที่หนักหนาสาหัสหรือผิดกฎหมายซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่ผิดกฎหมายอะไรก็สามารถที่จะผลักดันไปได้ ส่วนความเห็นพรรคฝ่ายค้าน หรือพรนคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง

