‘เครือข่ายประชาสังคมฯ’ ยื่น ‘กมธ.สถานบันเทิงครบวงจร’ หวังสภาฯ พิจารณาอย่างรอบด้าน-ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนบุคคล ลั่น คนเสียผลประโยชน์ที่แท้จริงคือ ปชช. ด้าน ’จักรพล‘ ย้ำ เกิดการจ้างงานแน่
เมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 28 มีนาคม 2567 ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาสังคม 16 จังหวัด ยื่นหนังสือต่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งข้อห่วงใยของประชาชนต่อการเสนอเปิดสถานบันเทิงครบวงจร โดยมี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะรองประธานกมธ.เป็นผู้รับหนังสือ
โดย ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า พวกตนเคยทำแบบสอบถามถามประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งผลสำรวจพบว่าประชาชนไม่ต้องการให้พื้นที่ของพวกเขาเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน หากมีแหล่งพนันมาอยู่ในพื้นที่ รวมถึงไม่เชื่อว่า ประเทศจะได้ผลประโยชน์คุ้มค่า ฉะนั้น จึงเห็นว่า เรื่องนี้ควรต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และรัดกุมเพื่อให้ได้ประโยชน์ และไม่เกิดโทษตามมา จึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ขอให้ ส.ส.และรัฐบาลคำนึงถึงผลที่จะเกิดตามมาในอนาคต หากตัดสินใจกระทำการโดยขาดความรอบคอบ ขาดการศึกษาอย่างรอบด้าน และขาดมาตรการที่กุม การตัดสินใจในครั้งนี้ อาจเป็นการสร้างมรดกบาปแก่คนรุ่นหลังที่ต้องอยู่กับสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นผู้สร้าง
ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวต่อว่า 2.ขอให้ประธานกมธ. รายงานความห่วงใยของประชาชน และหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังเพื่อแสวงหามาตรการที่นำมาสู่การเกิดความเชื่อมั่นของประชาชน แต่หากไม่สามารถหาแนวทางและวิธีการที่ดีพอได้ ประชาชนก็ไม่อาจเห็นชอบให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ได้ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาสังคมจะเฝ้าติดตามการดำเนินการของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และ 3.ขอให้ส.ส. และรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ประชาพิจารณ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกฝ่ายทั้งจากฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่าง มีกระบวนการรับฟังความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์
“หวังว่า พวกท่านตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะไม่คำนึงเพียงผลประโยชน์ระยะสั้น หรือผลประโยชน์เฉพาะบุคคลบางกลุ่ม และขอให้ตระหนักด้วยว่า การเพิ่มแหล่งการพนัน แม้จะถูกต้องตามกฎหมายแต่ก็อาจจะตามมาด้วยปัญหา และผลกระทบที่มากเกินกว่าจะประเมินค่าได้ ทั้งนี้ แม้สถานบันเทิงครบวงจรอาจสร้างผลกำไร และรายได้ให้แก่ผู้ที่ประกอบกิจการหรือรัฐบาล แต่คนที่ขาดทุนที่แท้จริง คือประชาชน” ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว
ด้าน นายจักรพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้พิจารณาสืบเนื่องจากสภาฯ ชุดที่ 25 เพื่อให้เกิดความครบถ้วนมากที่สุด และ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความห่วงใย และนอกเหนือจากการที่จะผลักดันให้เกิดในรัฐบาลชุดนี้คือการให้ความสำคัญพิจารณา ไตร่ตรองให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม สถานบันเทิงครบวงจรในนั้นเหมือนบ้านหลังใหญ่ กาสิโนเหมือนเป็นห้องหนึ่งห้องในนั้น โดยในบ้านจะมีองค์ประกอบห้องมากมาย ทั้งศูนย์กีฬา โรงแรม โซนครอบครัว ซึ่งในการพิจารณาในสภาฯ จะมีการระบุ 5 พื้นที่ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุฯ แล้วว่า ควรจะตั้งที่ไหน และมีผลกระทบอะไรบ้าง
ทั้งนี้ ในแง่ของสภาฯ กมธ. เราพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน ซึ่งเราศึกษากันมาโดยตลอด และในครั้งนี้ เรารู้สึกว่า 1.ช่วงเวลาที่เหมาะสมเรื่องเศรษฐกิจที่ต้องการการดีดตัวขึ้น 2.นโยบายของฝ่ายบริหารที่มีความเห็นว่าควรจะเกิดในประเทศไทยได้แล้ว 3.การถอดชุดความคิดที่ได้ศึกษาจากสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ที่เป็นโมเดลหลักว่าเขามีการดูแลพ่อแม่พี่น้อง เศรษฐกิจอย่างไร ดังนั้น เราให้ความสำคัญ และห่วงใยอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม วันนี้ จะมีการอภิปรายเป็นวงกว้างในสภาฯ อยากให้ติดตาม
“นายกฯ และกมธ.ทุกคน ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และอยากให้มีความมั่นใจว่าเราไม่ได้เอาแค่เศรษฐกิจ เราเอาความสุขของพ่อแม่พี่น้องด้วย อัตราการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีการต่อยอดต่างๆ ในชุมชน จะไม่ทิ้งใครไว้ให้ลำบากและเจอผลกระทบ ขอให้สบายใจ ทั้งนี้ หนังสือที่ได้รับจะนำไปพิจารณาให้เกิดความครบถ้วนมากที่สุด” นายจักพล กล่าว

