“เศรษฐา” หนุนกาสิโนถูกกฎหมาย ลั่นต้องยกเศรษฐกิจสีเทาขึ้นมาให้ฝ่ายมั่นคง-ปกครอง กำกับควบคุม ‘ลั่น’ ดีกว่าปล่อยให้เป็นสังคมอีแอบ
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….ซึ่งรวมถึงจะมีกาสิโนหรือบ่อนพนันถูกกฎหมายในประเทศไทย กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นถึงข้อดีข้อเสียตรงนี้อย่างไร ว่า ตนคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องกฎหมายกาสิโน แต่ให้มองเป็นเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะรวบรวมหลายส่วน และเราทราบกันดีต้องการจะยกเศรษฐกิจสีเทาขึ้นมาอยู่บนพื้นให้หมด จะได้ควบคุมกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัย ความเหมาะสม และเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตนเห็นด้วยเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีบางฝ่ายเห็นต่างจะชี้แจงอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ก็มีระบบสภาอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ก็ไปชี้แจงกันในสภา เมื่อถามว่า แต่การยกขึ้นมาให้ถูกกฎหมายก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะเก็บรายได้เข้าประเทศใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ก็ถูกต้อง ซึ่งตนได้เรียนไปแล้ว ก็เป็นอย่างนั้น ใช่ครับ”
เมื่อถามว่าจะสามารถขจัดปัญหาพวกที่เปิดบ่อนผิดกฎหมายได้ด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคิดว่าอันนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่จะต้องทำได้ ถ้าหากทำให้ถูกกฎหมายได้ก็จะไปทำผิดกฎหมายทำไม ใช่หรือไม่ และกฎหมายก็ออกมาว่าใครสามารถเข้าได้อย่างไร
เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งมองว่าอาจจะกลายเป็นการมอมเมาให้เข้าสู่เรื่องดังกล่าวง่ายขึ้น ตรงนี้จะชี้แจงอย่างไรไม่ให้สังคมมองในแง่ลบอย่างเดียว นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมว่าถึงเวลาที่สังคมเราจะต้องมาดูกัน เรื่องของสังคมอีแอบ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีอยู่แล้ว เอามากำกับดูแลให้เหมาะสมเพื่อฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครองจะได้ดูแลให้ถูกต้อง มันมีอยู่แล้วทุกวันนี้ต้องยอมรับและเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเราก็ต้องบริหารจัดการไปในระหว่างทาง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายจะผ่านเมื่อไหร่ และจะมาเปิดได้เมื่อไหร่ ก็ต้องใช้เวลาอีกพอสมควร แต่ระหว่างนี้ยังไงก็ต้องจัดการกับที่ผิดกฎหมายไป” นายเศรษฐากล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท จะกำชับการให้ใช้จ่ายงบประมาณให้คุ้มค่า โดยจะมีแผนงานแต่ละกระทรวงอย่างไร ว่า ทุกงบประมาณทุกรายละเอียด มีการอนุมัติให้งบประมาณผ่านไปแล้ว ในเรื่องของรายละเอียดแต่ละโครงการ เราต้องมาดูความเหมาะสมและถูกต้อง อะไรที่ประหยัดได้ ดูแลได้ให้เหมาะสมเกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องทำต่อไป

