‘ภูมิธรรม’ ดึงเอกชนยุโรปร่วมลงทุน ‘แลนด์บริดจ์-อีอีซี’ เร่งปิดดีล ‘เอฟทีเอ’ ไทย-อียูปีหน้า รพ.คึกคักรับฟรีวีซ่าจีน
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 29 มีนาคม ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับคณะนักธุรกิจจากสมาคมการค้าไทย-ยุโรป (Thai-European Business Association : TEBA) ที่มีสมาชิกเป็นบริษัท นักลงทุนในสาขาสำคัญ เช่น ยานยนต์ (BMW, Mercedes-Benz, ABeam Consulting) การบินและอวกาศ (Airbus, Siam Seaplane) ดิจิทัล (Thales) ห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ (Maersk, CMA CGM) และอื่นๆ (Robert Bosch, TUV Rheinland, Lim & Partner, Access Europe) โดยได้ชี้แจงนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันของไทย แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนนโยบายของไทย โดยเฉพาะในประเด็นที่โลกให้ความสนใจ เช่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งพลังงานสะอาด ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดังกล่าว
“ได้เชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุนในไทยที่มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ และเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อภูมิภาคต่างๆ เช่น อินโดจีนเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกา รวมถึงในโครงการสำคัญ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย” นายภูมิธรรมกล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนในการเร่งจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอียู ที่มีเป้าหมายสรุปการเจรจาให้ได้ภายในปี 2568 เพื่อเพิ่มศักยภาพการค้าการลงทุนระหว่างไทยและอียู รวมถึงแผนที่จะทบทวนและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจการลงทุน ซึ่ง TEBA ได้แสดงความยินดีที่ FTA ไทย-อียู กลับมาเจรจาอีกครั้ง โดยพร้อมสนับสนุนและผลักดันให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุนให้พิจารณาเพิ่มการลงทุนในไทย ตลอดจนจะช่วยส่งเสริมเรื่องการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยด้วย
ทั้งนี้ ปี 2566 อียูเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของไทย รองจากอาเซียน จีน สหรัฐ และญี่ปุ่น และเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 5 รองจากอาเซียน สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 4 รองจากจีน อาเซียน และญี่ปุ่น โดยมีการค้าระหว่างไทย-อียู รวม 41,582.24 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.43% แยกเป็นไทยส่งออกไปยังสหภาพยุโรป 21,838.37 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.21% และไทยนำเข้าจากอียู 19,743.87 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.50% ไทยยังเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 2,094.50 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายสิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท สินแพทย์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายวีซ่าฟรีและวีซ่าจีนถาวร ทำให้ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลในส่วนของตลาดต่างชาติมีความคึกคักมากขึ้น โดยในส่วนของสินแพทย์เริ่มมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาสอบถามเรื่องการบริการมากขึ้น เนื่องจากทำให้การเดินทางเข้ามาสะดวก โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งเริ่มสอบถามโปรแกรมการรักษาเข้ามา เช่น การตรวจสุขภาพ การรักษาการมีบุตรยาก ศัลยกรรมความงาม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประเทศตะวันออกกลางจะเป็นการรักษาโรคยาก โรคช่องท้อง สมอง เป็นต้น ยังมีกลุ่มยุโรปและเมียนมา โดยจะรักษาหลายโรค เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง ทางเดินอาหาร เปลี่ยนเข่า
“ปัจจุบันเรามีสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ที่รักษาลูกค้าต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มซีแอลเอ็มวี ไต้หวัน และตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีสัดส่วนไม่มาก แต่ในปีนี้เราคาดว่าจะเพิ่มเป็น 10% หลังวีซ่าฟรีทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น เพราะไม่ใช่ทำให้มีลูกค้าที่มารักษา ยังมีญาติคนไข้เข้ามาด้วย ที่จะทำให้การพักอาศัยในประเทศไทยได้นานขึ้น ทั้งคนไข้และญาติ ซึ่งอยากให้ภาครัฐขยายวีซ่าฟรีถาวรเพิ่มนอกจากจีนแล้ว” นายสิทธิกล่าว

