หน้าแรก การเมือง ปกรณ์วุฒิ อัด...

ปกรณ์วุฒิ อัดวิปรบ. ขอเวลาเพิ่ม แก้แค้นฝ่ายค้าน ย้อนเสนอเองแท้ๆ 6 ชม. จู่ๆขอเพิ่มเฉย

1.04.24 | 20:23 น.

“ปกรณ์วุฒิ” โต้วิปรัฐบาล เสนอเวลาชี้แจงของ ครม. 6 ชม.เอง แต่ไม่พอมาขอเพิ่ม ซัดไม่ใช่หน้าที่ฝ่ายค้าน ต้องรับผิดชอบการทำงานที่ไม่รอบคอบ สะท้อนระดับวุฒิภาวะ-ไม่ให้ความสำคัญการตรวจสอบถ่วงดุล

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณี ที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุจะทบทวนเวลาอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จากเดิมฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง อาจเหลือ 18 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มเวลาชี้แจงให้ ครม. ว่า ข้อตกลงที่ฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง ครม. 6 ชั่วโมงนั้น เป็นข้อตกลงที่ตกลงกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ครม. และประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยมีเอกสารอย่างเป็นทางการ ข้อเสนอที่ให้เวลา ครม. 6 ชั่วโมงนั้น เป็นข้อเสนอที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอมาเอง ตนในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านในวันนั้น ตอบรับโดยไม่ได้ต่อรองใด ๆ เลย

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ขัดข้อง หาก ครม. จะใช้เวลาเกิน 6 ชั่วโมง เพราะการอภิปรายของฝ่ายค้าน เราก็อยากได้คำตอบที่ชัดเจนเช่นกัน และ ส.ส. ฝ่ายค้าน ก็พร้อมปิดประชุมดึกกว่าที่กำหนด เพื่อให้ครม. ได้ชี้แจงอย่างเต็มที่ แต่การที่พรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอกรอบเวลาของ ครม. เพียง 6 ชั่วโมงมาเอง พอมารู้ตัวทีหลังว่า เวลาอาจจะไม่พอ อยากจะเพิ่มเวลาฝ่ายตนเอง ก็ไม่มีสิทธิมาลดเวลาฝ่ายค้าน ที่วางแผนภายใต้กรอบ 22 ชั่วโมงมาตลอด โดยเฉพาะมาเสนอก่อนถึงวันอภิปรายเพียง 2 วัน และจะนัดประชุมเพื่อทบทวนสัดส่วนเวลาในเช้าวันพุธที่ 3 เมษายน เพียง 1 ชั่วโมงก่อนเปิดประชุม

“ไม่ใช่หน้าที่ฝ่ายค้านที่จะต้องมารับผิดชอบการวางแผนที่ไม่รอบคอบของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายค้านจะต้องไปขอต่อรอง เพราะนี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องมาขอจากฝ่ายค้านเอง ว่าจะไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า นี่อาจเป็นความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่ปฏิกิริยาของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่พอใจการขอนับองค์ประชุมของฝ่ายค้านในสัปดาห์ที่แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าการขอลดการอภิปรายของฝ่ายค้านโดยไม่จำเป็นแบบฉุกละหุกครั้งนี้ อาจเป็นแค่ความต้องการจะ “แก้แค้น” เท่านั้น และหากจะเอาวาระที่เป็นเวทีใหญ่ในการตรวจสอบรัฐบาลมากระทำแบบนี้ ก็คงบ่งบอกได้ถึงระดับวุฒิภาวะของคนในรัฐบาล และการไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภาเ

Advertisement