ต้องนิรโทษ! ครวญเพลง ’ปลดแอกนักสู้‘ ปาจรวด-เขียนจม. 112 ฉบับ ‘คืนลูกสู่พ่อ’
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ร่วมกับ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรม “นิรโทษกรรมมหาสงกรานต์ เราไม่ลืมกัน” ส่งข้อความถึงเพื่อนๆ ในเรือนจำ
บรรยากาศเวลา 17.00 น. ที่ประตูหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีนักกิจกรรม ทยอยเดินทางมารวมตัว อาทิ นางเงินตา คำแสน หรือ มานี, น.ส.ธนพร วิจันทร์ แกนนำเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือ เจมส์ แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นอกจากนี้ยังมี นายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ต้องหา ม.112

บรรยากาศเวลา 17.30 น. มีการเตรียมเวทีและอุปกรณ์ทำกิจกรรม โดย ผู้ร่วมชุมนุมร่วมกันติดภาพผู้ต้องหาทางการเมืองที่รั้วลวดหนาม อาทิ ภาพของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง และ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ แฟรงค์ ในข้อหามาตรา 116 และอื่นๆ จากกรณีบีบแตรบนทางด่วนใส่ขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงภาพ นายอานนท์ นำภา ทนายความจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท แกนนำกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ไปจนถึงข้อความ คืนสิทธิการประกันตัว‘ นอกจากนี้ ยังมีการนำป้ายผ้า ‘Amnesty People’ มาติดที่หน้าทางเข้าเรือนจำ อีกด้วย
ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรือนจำ เฝ้าสังเกตุการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ บริเวณหน้าเรือนจำ มีการนำรั้วลวดหนามมาวางเรียงรายรอบป้ายและรั้วเรือนจำ โดยผู้เข้าร่วมต่างนั่งจับกลุ่มกระจายตัว รับประทานอาหาร รอเริ่มกิจกรรม

บรรยากาศเวลา 18.19 น. แอนนี่ มหาวรรณ สมาชิกกลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร เปิดเผยถึงเนื้อหา ของบทเพลง ‘แองเตอร์นาซิอองนาล’ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของประชาชนชาวฝรั่งเศส เพื่อปลดแอกนักโทษทางการเมือง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศ สู่ระบอบประชาธิปไตย
ก่อนนำร้องเพลงดังกล่าว เพื่อสะท้อนความไม่ยอมจำนนต่ออำนาจที่กดขี่ประชาชน ท่ามกลางผู้ร่วมชุมนุม ส่งเสียงร้องตามทำนอง พร้อมชู 3 นิ้วขึ้นในบางจังหวะ พร้อมให้คำมั่นว่าจะต่อสู้ร่วมกันเรียงร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาการเมืองทุกคน
ต่อมาเวลา 18.25 น. นายเจษฎา กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมเขียนข้อความลงบนโปสการ์ด ส่งกำลังใจถึงเพื่อนในเรือนจำ ซึ่งจะถูกสุ่มส่งไปให้ผู้ต้องหาการเมือง ทั้งในเรือนจำหญิงและชาย โดยขอความร่วมมือเขียนข้อความที่สุภาพ เพื่อให้ผ่านไปในเรือนจำได้ โดยไม่ระบุชื่อที่เจาะจง ทั้งนี้ โปสการ์ดดังกล่าว จัดทำเพียง 112 ฉบับเท่านั้น โดยคาดว่าจะได้รับช่วงก่อนสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย
ต่อมาเวลา 18.30 น. นายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า การที่เราต้องมาหน้าเรือนจำบ่อยๆ สะท้อนว่าประเทศเราไม่ปกติ ไม่ว่าสภาพอากาศแบบไหน อย่าน้อยต้องมี 1-2 คนถูกขังในเรือนจำ จากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และยังมีอีกหลายชื่อที่เราไม่ได้พูดถึง ทั้งบุ้ง แม็กกี้ บุ๊ก วารุณี ฯลฯ มีอีกหลายคนในเรือนจำ ล่าสุดคือ ขนุน สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ อดีตแกนนำ มศว คนรุ่นเปลี่ยน
“ผมอึ้งกว่าที่คิด คิดว่ามีเพียงหลักสิบชื่อ ขอให้ช่วยกันติดตาม ซัพพอร์ต ส่งกำลังใจถึงข้างในเรือนจำ ซี่งมีมากกว่า 50 คน”
นายณัฐชนนสอบถามผู้ร่วมชุมนุมว่า รู้หรือไม่ว่า ข้อหาอะไรเยอะที่สุดในเรือนจำ โดยผู้ร่วมกิจกรรม ตอบอย่างพร้อมเพรียงว่า ‘ม.112’
จากนั้น นายณัฐชนนกล่าวถึงแคมเปญล่าสุด คือ ‘นิรโทษกรรมประชาชน‘ เพราะเราคาดหวังว่า ผู้ต้องหาการเมืองทุกคน จะพ้นความผิดจากการกระทำเพื่อคาดหวังบ้านเมืองและสังคมที่ดีขึ้น เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

“อานนท์ เขาเป็นคนที่บอกว่า ปัญหาในเมืองไทย มีอะไรบ้าง ทำอย่างไรเราถึงจะมีกิน มีใช้ มีเกียรติและศักดิ์ศรีทุกคน แต่กลับถูกขังในเรือนจำ ปีที่แล้วมีการตัดสินเป็นร้อยกว่าคดี และในปีนี้ผมเชื่อว่า คนที่จะพากันเดินเข้ามีมากกว่านั้น ดังนั้นหนึ่งในวิธีที่จะหยุดได้คือ ‘การนิรโทษกรรมประชาชน‘ เรามองว่า ผู้ต้องหา ม.112 ต้องพ้นโทษทันที รวมถึงคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีที่อยู่ในศาลทหาร“ นายณัฐชนนกล่าว
นายณัฐชนนกล่าวอีกว่า ทำไมเราต้องนิรโทษคดี ม.112 ตัวอย่างที่ชัด คือ นายมงคล ถิระโคตร หรือ
บัสบาส ที่ต่อสู้การเมือง โดยต้นปี 2564 มีหลายคนถูกจับในเรือนจำเยอะมาก เห็นว่ามีคนอดอาหารประท้วงสิทธิประกัน เขาจึงเดินทางจาก จ.เชียงราย มานั่งอยู่ที่หน้าศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่ออดอาหารเรียกร้องร่วมด้วย
“ระหว่างอดอาหาร ก็มีหมาย 112 เรียกเขาไปดำเนินคดี มีหลายกรรมมาก เขาแค่โพสต์ แค่แชร์เฟสบุ๊ก แต่กลายเป็นคนที่มีสถิติสูงสุด รับโทษ 112 ถึง 50 กว่าปี มากกว่าป้าอัญชัญ ปรีเลิศ การแสดงความเห็นการเมือง เลวร้ายกว่าฆ่าคนอีกหรือ หอไอเฟล ใช้เวลาสร้าง 2 ปีกว่า ถ้าเทียบกับสร้างหอไอเฟล คงสร้างได้เป็น สิบๆ อัน“ นายณัฐชนนชี้
นอกจากนี้ นายณัฐชนนยังกล่าวถึง กัลยา เป็นคนธรรมดาที่สนใจการเมือง ใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.นนทบุรี แสดงความเห็นทางการเมือง มีฝันที่ตัวเองอยากได้ โดยแชร์โพสต์ซีรีส์เกาหลี แล้วถูกแจ้งข้อหา ม.112 แต่ต้องเดินทางลงไปศาลถึง จ.ยะลา และนราธิวาส ซึ่งมองว่าไม่สมเหตุสมผล

จากนั้นหยิบยกกรณี นายอานนท์ นำภา ซึ่งเป็นทนายความ ที่ติดคุกจากกล่าวถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพื่อให้ประเทศชาติดีขึ้น วิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริต แต่ตอนนี้อานนท์กลับต้องอยู่ในคุก ด้วย ม.112
ในตอนหนึ่ง นายณัฐชนน กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล ในแง่การสนับสนุนนิรโทษคดี 112 นอกจากนี้ ยังเผยว่าได้ฟัง นายเศรษฐา ทวีสิน ให้สัมภาษณ์ มองเห็นว่า ม.112 มีปัญหาในการบังคับใช้
“ผมอยากบอกว่า ถ้าคุณมองว่า ม.112 มีปัญหาที่การบังคับใช้ ดังนั้นทุกคดี ก็มีปัญหาทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องนิรโทษกรรมเช่นกัน เรากำลังอยู่ระหว่าง ยื่น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ขอให้ข่วยเป็นกำลังใจให้ร่างกฎหมายนี้ ผ่านไปได้ด้วยดี
ขอให้คนที่อยู่ในเรือนจำตอนนี้ที่มีเฉียด 50 คน ขอให้พวกคุณได้ออกมา หวังว่าจะมีวันที่เราได้ยื่นดอกไม้ให้พวกเขา ขอให้คุณ คืนเพื่อนให้กับเพื่อน คืนคนในครอบครัว สู่ครอบครัว คืนพ่อสู่ลูก และคืนลูก สู่พ่อ“ นายณัฐชนนกล่าว และว่า
ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ออกมาในช่วงนี้ ในเทศกาลสำคัญของคนไทย หวังว่าสารนี้จะไปถึงผู้มีอำนาจ ให้ผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม และได้เจอเพื่อนในเร็ววัน
ต่อมาเวลา 19.00 น. ‘ซี’ จาก ทำright เผยถึงจรวดกระดาษ ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ในการพาเพื่อนของเราออกจากเรือนจำ ซึ่งปัจจุบันมี 45 คน สูงสุดในรอบ 4 ปี เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมดอำนาจ แต่ผู้ต้องหาการเมืองยังเพิ่มขึ้น
“เราจะร่วมปาจรวดกระดาษ เข้าไปในเรือนจำ เพื่อนำเสรีภาพกลับคืนสู่เพื่อนเรา” ซี กล่าว ก่อนผู้ร่วมกิจกรรม นำจรวดกระดาษที่แจกจ่าย ปาไปยังป้ายเรือนจำคลองเปรม
ต่อมาเวลา 19.10 น. หรือ ไฮยีน คนสนิทของนายโสภณ หรือ เก็ท เผยถึงการเข้าเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ







