หน้าแรก การเมือง ประเสริฐ ลั่น...

ประเสริฐ ลั่นใช้ยาแรง ผนึก ตร.ไซเบอร์ปราบอาชญากรรมออนไลน์ รับปาก 30 วันเห็นผล

2.04.24 | 13:53 น.

นายกฯ สั่ง ‘ดีอี’ ผนึกกำลัง ‘สอท.’ ปราบอาชญากรรมออนไลน์ ย้ำ 30 วันต้องจับได้ ‘ประเสริฐ’ มั่นใจ 30 วันเห็นผลปราบอาชญากรรมไซเบอร์


เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 2 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีที่จะมอบหมายให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้สั่งการกับนายประเสริฐให้ทำงานใกล้ชิดกับ สอท.เพื่อให้ทำงานอย่างบูรณาการและให้มีผลชี้วัดได้ ซึ่งอยากให้ได้ชัดเจนภายใน 30 วัน

ขณะที่เวลา 11.30 น. นายประเสริฐให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ช่วงท้ายการประชุม ครม.วันนี้ นายเศรษฐาได้สั่งการให้ดีอีบูรณาการการทำงานร่วมกับ สอท.ให้เร่งปราบปรามให้สัมฤทธิผลภายใน 30 วัน ดังนั้น ตนจะเรียกประชุมร่วมกับ สอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อกำหนดทีมทำงานและดำเนินการตามข้อสั่งการนายกฯในเรื่องนี้

“เราต้องใช้ยาแรง เพราะอาชญากรรมทางไซเบอร์โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถือว่าทำความทุกข์ให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก” รมว.ดีอีระบุ

Advertisement

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีการดำเนินการเรื่องนี้มาตลอดแต่ยังปราบปรามไม่หมด จะไปกวดขันตรงไหนเพิ่มเติมหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เราต้องใช้ยาแรงขึ้นในการปราบปราม ตอนนี้เราไม่ได้ทำเฉพาะในประเทศ แต่ทำงานร่วมกับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ให้ปลัดกระทรวงดีอีและทีมงานไปเจรจากับทางกัมพูชา ทราบว่ากำลังทำแผนปฏิบัติการกันอยู่

เมื่อถามย้ำว่า 30 วันจะสามารถเห็นผลได้เลยหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เห็นผลครับ อยากให้ทุกคนคอยติดตามดู อย่างน้อยจะต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในการเอาผิดผู้กระทำความผิดและมีการจับกุม

เมื่อถามว่าล่าสุดสหประชาชาติมีการเปิดเผยว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือมีการโจรกรรมเงินคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกเพื่อนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งประเทศไทยก็มีสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซี กระทรวงได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า กระทรวงให้คณะกรรมการคุ้มครองรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ ขณะนี้มีการพูดคุยกันอยู่ ทั้งนี้ เราติดตามสถานการณ์ตลอด เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ และเรามีความจำเป็นในการที่จะป้องกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง