สุดาวรรณ ชู 5 กลยุทธ์ปักหมุดท่องเที่ยวไทย ปี’68 กางแผน 3-6 เดือน เสริมแกร่งปังกว่าเดิม

สุดาวรรณ ชู 5 กลยุทธ์ปักหมุดท่องเที่ยวไทย ปี 68 กางแผน 3-6 เดือน เสริมแกร่งปังกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 2 เมษายน นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทย สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศคิดเป็นสัดส่วนกว่า 18.64% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ไทย เมื่อปี 2562 ซึ่งจากการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยแล้วจำนวน 9.4 ล้านคน บวกกว่า 42% โดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าหมาย ปี 2567 จะต้องสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไทยรวม อยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท รวมถึงตั้งเป้าหมายปี 2568 ปักหมุดการท่องเที่ยวไทย ปีหน้าต้องปังกว่าเดิม ผลักดันให้ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) และเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สอดรับกับการตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการบิน (Thailand Aviation Hub) ที่จะรองรับผู้เดินทางได้มากถึง 150 ล้านคนต่อปีในปี 2573 โดยจะเพิ่มมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยวและผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ผลจากการประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนใน Workshop IGNITE Thailand’s Tourism เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ได้สกัดออกมาเป็น 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.ประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าว 2.สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาเที่ยวไทย 5 อย่าง (Must Do in Thailand) 3.เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว นําร่องในการคัดสรร สร้างเรื่องราวและเพิ่มคุณค่าให้กับทุกสิ่งของไทย 4.เปิดประตูการท่องเที่ยวสู่อาเซียน โดยการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว สู่ 10 ประเทศอาเซียนรวมซีแอลเอ็มวีให้มีความน่าดึงดูด (HUB OF ASEAN) และ 5.ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก ทั้งดนตรี กีฬา อาหาร และไลฟ์สไตล์ (Class Event Hub) เข้ามาจัดแสดงในไทย อาทิ Creamfields การแข่งขันกีฬา อาทิ Formula 1 Tennis WTA 500 Formula 1 Pylon Air Racing เพื่อมัดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยในปี 2568 จะเป็นปีที่นักท่องเที่ยวมีความประทับใจในการเข้ามาเที่ยวไทยแบบทุกย่างก้าว ทุกประสบการณ์ที่ได้สัมผัส และสะดวกสบายในทุกจุดที่ได้เจอ (Touch Point)

Advertisement

“เราจะเริ่มสร้างความประทับใจตั้งแต่ขั้นแรกของการเดินทางเข้ามา อาทิ การให้ข้อมูลสำคัญกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่บนเครื่องบิน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการในสนามบิน ความพร้อมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกสถานที่ สร้างความน่าสนใจของเส้นทางการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดและพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วย 1155 คอลเซ็นเตอร์ที่นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องจำหลายเบอร์แล้ว เพราะ 1155 เป็นวันสต็อปเซอร์วิสเชื่อมต่อตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยกระดับ UCEP ในการคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ครอบคลุมนักท่องเที่ยว” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า แผนดำเนินงานในระยะเวลา 3 เดือนจะอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องรอคิวนานที่สนามบิน ยกระดับมาตรฐานโรงแรมทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นที่พัก เปิดมาตรการวีซ่าฟรีให้กับประเทศใหม่เพิ่ม ยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และดูแลความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ ส่วนแผนงานในระยะเวลา 6 เดือนจะปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจัดเก็บภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมระดับโลกให้แล้วเสร็จ และอำนวยความสะดวกให้มีแวตรีฟันด์ในหลายจุด

Advertisement

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image