ปิยบุตร เล่าเบื้องหลัง-เปิดราคา ธนาธร ซื้อบ้านปรีดี พนมยงค์ ในฝรั่งเศส

ปิยบุตร เล่าเบื้องหลัง-เปิดราคา ธนาธร ซื้อบ้านปรีดี พนมยงค์ ในฝรั่งเศส

จากกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะก้าวหน้า ได้ซื้อบ้าน ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส และอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ในประเทศฝรั่งเศสนั้น

Advertisment

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความและคลิปผ่านทวิตเตอร์ (X) ระบุว่า

Advertisement

“เล่าเบื้องหลัง! ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และภรรยาซื้อบ้าน อ.ปรีดี พนมยงค์ ที่เคยอาศัยอยู่ขณะลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศสจนถึงเสียชีวิตได้อย่างไร?

ต้องขอชื่นชมคุณธนาธรในความกล้าหาญที่ช่วยเก็บรักษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและคณะราษฎรเอาไว้”

โดยนายปิยบุตรเล่าเบื้องหลังว่า ช่วงหลังรัฐประหาร ประมาณปี 2016 ตอนนั้นมีนักเรียนไทยกลุ่มหนึ่งสนใจประวัติศาสตร์เรื่องคณะราษฎร ก็ชอบไปสืบ ไปค้น ไปดูว่าบุคลากร สมาชิกคณะราษฎรที่ไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส เขาไปอยู่กันตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมตัวก่อตั้งคณะราษฎรอยู่แถวไหน

Advertisement

นักเรียนไทยในฝรั่งเศสก็ไปสืบค้นรูปที่คณะราษฎรที่เขานั่งกัน นั่งอยู่ตรงไหน รวมถึงบ้านที่ อ.ปรีดี พนมยงค์ ไปอยู่ช่วงท้ายของชีวิต ตอนที่ลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส ปรากฏว่าในบันทึกของ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยา อ.ปรีดี พนมยงค์ เขาบอกว่าไปอยู่บ้านพักที่อองโตนี ฝรั่งเศส

นักเรียนไทยกลุ่มนี้ ช่วงแรกที่ไปก็หลงๆ กัน สุดท้ายเจอ เมื่อเจอปุ๊บก็มีความคิดว่า ถ้าบ้านหลังนี้ตกอยู่ในมือประเทศไทย ตกอยู่ในมือของรัฐบาลไทยก็คงดี เพราะใครเคยไปต่างประเทศจะเห็นป้ายติดไว้ว่า บ้านหลังนี้ บุคคลที่มีชื่อเสียงชื่อนั้นชื่อนี้เคยอยู่ในช่วงปีไหน เขาจะติดป้ายไว้เต็มไปหมด

ดังนั้น บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จะได้รับการยกย่อง เราก็สงสัยกันว่าแล้วทำไมในประเทศไทยไม่มีเลย ทั้งๆ ที่ คณะบุคคลสำคัญที่ก่อการอภิวัฒน์สยาม เป็นนักเรียนไทยในฝรั่งเศสและยุโรปจำนวนมาก และที่คิดก่อการอภิวัฒน์สยาม ก็ตั้งกันที่ฝรั่งเศส ที่ปารีสแห่งนี้ แต่ทำไมไม่มีป้ายอะไรติด

เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ทำไมรัฐบาลไทยไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เช่น ถ้ารัฐบาลไทยให้ความสัมพันธ์ในระดับชาติกับรัฐบาลฝรั่งเศสว่าที่นี่มีความสำคัญ ช่วยติดป้ายหน่อย

ในขณะเดียวกันรัฐบาลไม่สนใจ ไม่คิดว่าสำคัญ ถ้ารัฐไม่ทำเอกชนก็ต้องทำ และคนที่จะมีกำลังในการซื้อ ต้องเป็นคนที่มีเงิน เป็นเศรษฐี แล้วเศรษฐีมีกี่คน? ซึ่งผมเคยได้ยินพี่ๆ ที่เคยอยู่ในรัฐบาลไทย เคยบอกว่า เคยมีการไปเสนอเช่นกันว่า ทำไมคุณทักษิณ ไม่เอาล่ะ? แต่ก็เงียบหายไป

ผมก็มานั่งคิด เศรษฐีไทยทำไมไม่มีคนสนใจเลยล่ะ อาจจะเป็นไปได้ว่ากลัวว่าจะเป็นของร้อน เพราะฝ่ายอนุรักษนิยมจะทำลายความชอบธรรมของอภิวัฒน์สยาม 2475 ตลอด ดังนั้นเศรษฐีคนไหนที่ซื้ออาจจะโดนกาหัวก็ได้

แล้วรู้ได้ยังไงว่าขาย ตอนนั้นปี 2016 ผมก็ตามนักเรียนไทยกลุ่มนี้ไป ตอนนั้นทราบว่า เมื่อ อ.ปรีดีเสียชีวิต ท่านผู้หญิงพูนศุขก็เลยขาย เพราะจะพาครอบครัวกลับประเทศแล้ว เรื่องนี้มีนัยยะ เพราะแสดงให้เห็นว่า ครอบครัวพนมยงค์กลับบ้านได้ เพราะ อ.ปรีดีตาย ถ้ายังไม่ตายก็คงยังกลับไม่ได้

พูนศุข พนมยงค์ ในวันอสัญกรรมของปรีดี พนมยงค์ ณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2526 ณ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขอบคุณภาพจากเว็บ https://pridi.or.th/th/content/2024/01/1807

หลังจาก อ.ปรีดีเสียชีวิต คนที่ซื้อคือ ชาวเวียดนาม ชาวเวียดนามก็อยู่มาเรื่อยๆ ซึ่งวันที่คณะนักเรียนไทยไปนั้น ผมก็ตามไปด้วย เจอคุณยายเวียดนามคนหนึ่ง ตอนนั้นสุขภาพแข็งแรง สุดท้ายเราก็เล่าให้แกฟัง แกก็ใจดีเปิดให้เราเข้าไปดู

เราก็แอบถามว่ามีโอกาสที่จะขายบ้างไหม แกบอกว่าไม่ขาย เพราะแกรักบ้านหลังนี้มาก ลูกหลานอยากให้ขาย เพราะแกแก่มากแล้ว ดูแลตัวเองไม่ไหว และบ้านหลังใหญ่ ควรจะขายเอาเงินและย้ายไปอยู่อเมริกา คุณยายไม่ยอมขาย เพราะมีความทรงจำอยู่ที่นี่ คุณยายบอกว่า “ถ้านับเวลาการอยู่บ้านหลังนี้ ฉันอยู่นานกว่าครอบครัวพนมยงค์นะ” 

เรื่องก็จบด้วยฉะนี้ คือแกไม่ยอมขาย อยู่วันหนึ่ง “ธนาธร” ก็มาบอกผม อาจารย์ถ้าไม่มีใครซื้อ ผมซื้อเอง แต่ผมตอบว่า “เขาไม่ขาย”

แต่ประมาณ 2 ปีที่แล้ว 2022 ได้รับการแจ้งมาว่า มี คุณไรท์ คนไทยลาว-ฝรั่งเศสคนหนึ่ง ที่รู้จักครอบครัว พนมยงค์ และเขารู้จักกับคนเวียดนามคนนี้ด้วยว่า วันนี้เขาพร้อมขาย เพราะคุณยายแก่มากแล้ว ช่วยตนเองไม่ไหว ช่วยตนเองไม่ได้แล้ว

ผมเลยกลับมาบอก ธนาธร วันนั้น ธนาธรกับภรรยาก็เลยไปปารีสด้วยกัน ก็ไปตกลงซื้อ และต่อรองราคากันไปกันมา โดยเสนอว่าให้คุณยายอยู่ต่อได้ ทำไมต้องรีบเสนอราคาก่อน เพราะตอนนั้นมีเจ้าของโครงการคอนโด-อพาร์ตเมนต์ อยู่ด้านขาวและซ้าย ของบ้านหลังนี้ ซึ่งเขาต้องการซื้อบ้านหลังนี้ แล้วจะทุบทิ้งเพื่อขึ้นคอนโด

ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ ณ บ้านอองโตนี ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขอบคุณภาพจากเว็บ https://pridi.or.th/th/content/2024/01/1807

ซึ่ง คุณไรท์ พูดมาคำหนึ่งว่า ตอนที่ อ.ปรีดี เสียชีวิต และท่านผู้หญิงพูนศุขจะขายบ้าน เคยบอกกับคนเวียดนามที่จะซื้อต่อไปว่า “ถ้าวันข้างหน้าคิดจะขาย ลองถามคนไทยก่อน” เมื่อไปก็ต่อรองราคา ตอนแรกจะของ 1.4 ล้านยูโร ผู้ขายไม่ยอม เพราะคอนโดให้ราคา 1.6 ล้านยูโร ถ้าขายให้ไปก็ขาดทุน

และจบที่ 1.6 ล้านยูโร เลยเตรียมสัญญาจะซื้อจะขาย โดยการซื้อขายที่ฝรั่งเศสนั้นต้องทำผ่านหน่วยงานหนึ่ง โดยเขาไปถามคุณยาย ซึ่งคุณยายก็ตอบผิดๆ ถูกๆ ทางนั้นเลยขายให้ไม่ได้ บอกว่าต้องไปตั้งผู้ปกครอง เพื่อให้ทำการขาย สุดท้ายวันนั้นก็ไม่ได้เซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย คว้าน้ำเหลวกลับบ้าน

1 เดือนถัดมา คุณยายเสียชีวิต บ้านหลังนี้ตกอยู่ที่น้องชาย น้องชายคุณยายเลยจัดการแทน ก็เลยได้เรียบร้อย รอบนี้ก็บินไปเซ็น ภรรยาคุณธนาธรไปเซ็นเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ซื้อมาเรียบร้อยในราคา 1.6 ล้านยูโร (ราว 63,788,000 บาท)

เรื่องนี้ต้องนับถือคุณธนาธร เพราะเขาซื้อมาก็ทำอะไรไม่ได้ แต่เขายอมเสียเงินก้อนนี้เพื่อเก็บประวัติศาสตร์การเมืองที่สำคัญของประเทศไทยเอาไว้ 

แล้วจะมีโอกาสที่จะเปิดให้คนไทยเข้าชมหรือเปล่านั้น จากที่คุยกันเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนพนมยงค์ เพราะ อ.ปรีดี ก็เกิดและตายเดือนนี้ ท่านผู้หญิงพูนศุขก็เกิดเดือนนี้ เราก็คิดอ่านกันว่า ไปแถลงข่าวกันที่บ้านอองโตนี และเชิญผู้อาวุโสที่เคยมีประวัติศาสตร์อยู่ที่นี่ นั่นก็คือ ทายาทตระกูลพนมยงค์ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่เคยเจอ อ.ปรีดี ที่บ้านหลังนี้ไป ซึ่งทั้งหมดตอบรับว่าจะไปด้วย

หลังจากนั้นเชื่อว่าพี่น้องชาวไทยที่ติดตามประวัติศาสตร์การเมืองไทย หลังจากที่ไปเที่ยวปารีส อาจจะเป็นหมุดหมายหนึ่งที่นักท่องเที่ยวแวะมา

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image