“เศรษฐา” ย้ำ รบ.นี้ทำราคายางดีที่สุด เหน็บ รมต.คนใต้ชุดก่อนมีกินมีใช้จากยาง แต่ไม่ทำอะไรเลย เบื่อ “ชวน” ปล่อยมุขพัฒนาเฉพาะพื้นที่ ลั่นเป็นนายกฯ คนไทยทุกคน จะทำงานทุกวัน โวสี่ปี รบ.สร้างความเจริญมากกว่า รบ.อื่น ด้าน “ชวน” ทันควัน ไม่ใช่มุขเดิมแต่เป็นเรื่องจริง เหน็บงานบ้านเมืองไม่ใช่ไปจดลอกอะไรมาอ่าน ยอมรับแผ่นเสียงตกร่องจริง เพราะความชั่วอยู่เหมือนเดิม
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นวันที่สอง
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากนั้น เวลา 17.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นชี้แจงเรื่องราคายางพาราว่า ขอแสดงความยินดีกับชาวสวน ว่าราคายางดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และอยากขอแสดงความเห็นใจกับฝ่ายค้านที่ไม่นึกว่า ต้องลำบากหาเหตุผลว่า ทำไมราคายางดี ตั้งแต่เราเข้ามาราคายางขึ้นอย่างต่อเนื่อง การอธิบายเรื่องราคายางนั้นได้อธิบายไปแล้ว แต่ก็ยังวกไปเวียนมาอีก ซึ่งวิธีคิดและการบริหารงานของสองพรรคไม่เหมือนกัน แต่เราเอาเรื่องผลงานเป็นหลักว่าราคายางดีขึ้นในรอบสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลบริหารงานแบบโปรแอ๊กทีฟ เข้าใจถึงปัญหา เราคือมหาอำนาจของยางพาราโลก เราต้องมั่นใจว่า เราใหญ่ในเรื่องยางพารา ผู้นำต้องมีความกล้าในการผลักดันนโยบายเพื่อให้ราคายางสูง โดยทำงานเพื่อประชาชนให้อยู่ดีกินดี การที่เราปราบยางเถื่อนไม่ใช่แค่สั่งอย่างเดียว แต่เรากระชับพื้นที่ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ ช่วยลดยางเถื่อน
นายเศรษฐากล่าวว่า ในอดีตที่ไม่มีการทำกันเลยทั้งที่ รัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีว่าการพาณิชย์รัฐบาลที่แล้วก็เป็นคนใต้ เป็นคนมีกินมีใช้มาจากยาง แต่ก็ไม่ได้ดูแลอะไรเกินกว่าที่ตัวเองควรจะทำ รัฐบาลนี้มีใจทำงานอย่างแท้จริงเพื่อประชาชน และเราจะพยายามรักษาราคายางให้สูงต่อไป เรามั่นใจว่าเราทำได้ แต่ราคาของผู้อภิปรายเรื่องนี้ในสายตาประชาชน จะเป็นอย่างไร ตนรับผิดชอบไม่ได้ แต่เรื่องราคายาง ตนรับผิดชอบ
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า เรื่องปัญหาภาคใต้ที่อดีตนายกฯ อภิปรายพอสมควรนั้น ภาคใต้ไม่ได้มีแค่ยางอย่างเดียว มีโอกาสอื่นอีกมากมาย รัฐบาลให้ความสนใจ แต่ก็วกไปเวียนมากระทั่งเป็นฝ่ายค้านที่ยังงงๆ อยู่ ตนฟังไม่ผิด นายชวนพูดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.66 ท่านกล่าวพรรคเพื่อไทยพัฒนาจังหวัดเฉพาะที่เลือกเขา จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ท่านพูดชัดเจน ซึ่งตนพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ ไม่เคยแบ่งแยกพื้นที่ตามคะแนนเสียงที่ได้รับ การที่ตนไปลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้หลายหน ถือเป็นเครื่องประจักษ์ที่ดี
“มุขด้อยค่าพรรคที่อยู่คนละพรรคกับท่าน เป็นมุขเดิมๆ จริงๆ ลองใช้มุขใหม่ดูบ้างเหอะ ทุกวันนี้ ส.ส.ก็ไหลไปอยู่พรรคอื่น คะแนนเสียงพรรคตัวเองก็น้อยลงไปเยอะๆ ทุกวัน ลองอะไรใหม่ๆ บ้างดีกว่า ไม่งั้นจะไม่เหลือพื้นที่ในสภาเลย น่าเสียดาย เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์มาตลอด ก็เป็นห่วง ขอให้มันท้าทายหน่อย ไม่ใช่เอามุขเดิมๆ มาพูดตลอดเวลา
“ผมยืนยันว่า ผมเป็นนายกฯของคนไทยทั้งประเทศ ไม่เคยแบ่งแยกพื้นที่ตามคะแนนเสียงที่ได้รับ ผมไม่เคยเลือกปฏิบัติ แต่เกรงว่าท่านจะเลือกอธิบายหรือไม่ ก็เป็นสิทธิของท่านแล้วกัน แต่ที่จำไม่ผิด ผมได้ยินท่านแสดงถึงความมั่นคง เพราะอธิบายแบบนี้มาตลอด 20 ปี ตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯทักษิณแล้ว ผมอยากเปลี่ยนมุมมองใหม่บ้างเหมือนกัน” นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐากล่าวอีกว่า เรื่องความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องสำคัญ แต่เราพยายามหลายปีแล้วก็ยังไม่เวิร์ก ก็ลองเอาเรื่องโอกาสมาเสริมบ้าง เผื่อว่ามั่งคั่งแล้วคงจะมั่นคงขึ้นมาบ้าง โดยตนจะลงพื้นที่ไปดูแลสามจังหวัดชายแดนใต้อีก พูดไปก็เสียเวลาเปล่า ไม่เป็นไร มุมมองเราไม่เหมือนกัน ตนมุ่งไปทางการพัฒนา ความมั่งคั่ง ไม่ละเลยเรื่องความมั่นคงด้วย ในส่วนที่ ส.ส.ฝ่ายค้านระบุว่าต้องกลับไปแก้ไขอดีตนั้น เราเข้าใจอดีต แต่เรามองไปในอนาคต วิธีมองต่างกันอีก แต่วันนี้เราเป็นรัฐบาลขอลองวิธีใหม่ๆ เปิดใจให้กว้าง แนวทางการพัฒนาของเราคือทำให้ทุกคนเจริญไปด้วยกันกับโอกาส ส่วนคนผิดก็เดินหน้าตามกระบวนการ มั่นใจว่าในสี่ปีประเทศเราจะเจริญมากกว่าที่รัฐบาลอื่นๆ เคยทำมา
“ผมขอให้ความเชื่อมั่นต่อพี่น้องประชาชนว่านายกฯคนนี้จะไปทุกพื้นที่ จะมองเห็นทุกภูมิภาค และจะทำงานทุกวันเพื่อคนไทยทุกคน ประชาชนเลือกนักการเมืองได้ แต่นักการเมืองเลือกประชาชนไม่ได้ ทุกภารกิจของผมจะพิสูจน์คำพูดในวันนี้เพื่อประชาชนทุกคน” นายเศรษฐากล่าว
ทำให้ นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นโต้ทันควันว่า ขอยืนยันว่า ที่ท่านพูดกับนักธุรกิจ และบอกว่า อย่าไปเชื่อที่ตนพูด ตนไม่เคยพูดสิ่งที่ท่านไปอ้างการเลือกปฏิบัติ ตนชัดเจนว่า ตนพูดว่าพรรคไทยรักไทยเลือกปฏิบัติกับประชาชน โดยประกาศชัดเจนว่า จะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ไม่ใช่เป็นมุขเดิมเป็นมุขเก่าอะไร แต่เป็นความจริงที่จะปรากฏตลอดไป คำตลบตะแลงไม่ยั่งยืน แต่ความจริงจะยืนหยัดอยู่ เพราะฉะนั้นยืนยันว่า สิ่งที่นายกฯไปพูดกระแนะกระแหนตน ข้างนอกนั้นไม่จริง ตนยืนยันว่า ตนเป็นคนที่ไม่พูดอะไรสับปรับ หรือพูดอะไรที่ไม่รับผิดชอบ ตนไม่กล่าวหาใครที่ไม่เป็นความจริง ตนรู้ว่าคนที่ไม่พูดจริง คนที่โกหก กับพวกโกงบ้านโกงเมืองพวกเดียวกัน
นายชวนกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องยางก็ภาวนาให้เป็นอย่างที่ท่านพูด คือให้ราคาดีตลอดไป ที่เราให้ความเห็นก็เพื่อที่จะให้เห็นว่า ผลจากการปราบยางเถื่อน ต่อไปนี้ ราคายางจะดีตลอดไม่เกี่ยวกับอุปสงค์อุปทาน แต่พวกตนคิดว่าอุปสงค์อุปทานคือตัวสำคัญ และไม่ควรพูดไปถึงพรรคอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างน้อยพรรคประชาธิปัตย์ก็อยู่มานาน ไม่รับใช้พวกโกงบ้านโกงเมือง ไม่ใช่อีแอบเข้ามามีอำนาจ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ขอให้ท่านอยู่ในประเด็นประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน ไม่ใช่ไปจด ลอกอะไรมาแล้วมาอ่าน มาพูดกระแนะกระแหนในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตนพูดไปนั้นตนรับผิดชอบ
“ยืนยันว่า ผมไม่ได้โกรธอะไรท่านเลยที่ท่านไปพูด เพราะเชื่อว่าท่านเข้าใจผิดว่าผมไปพูดว่าพรรคเพื่อไทย แต่ความจริงคือพรรคไทยรักไทย เพราะการเลือกปฏิวัติเกิดขึ้นตอนนั้น และมีผลจนทุกวันนี้ วันนั้นผมขอร้องท่านว่า ท่านคงรู้บาป บุญ คุณ โทษ คงจะรู้ว่า สิ่งที่ปฏิบัติไปในอดีตนั้นมีผลกระทบต่อความก้าวหน้าของภาคใต้ ผมไม่ใช่คนที่พูดบ้าน้ำลายรายวัน สัมภาษณ์ไปเรื่อย ขอโปรดเข้าใจว่า ถ้าประเด็นใดที่ผมพูดไม่จริง ผมจะไม่ทำ ถ้าพูดไปแล้วผมต้องรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกให้ท่านถอนคำพูด แต่ขอว่าให้ช่วยไปพูดกับนักธุรกิจว่าสิ่งที่ท่านพูดไม่ตรงกับความเป็นจริงกับสิ่งที่ผมพูด” นายชวนกล่าว
ทำให้ นายธีระชัย แสนแก้ว ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ตนได้ยินผู้อาวุโสพูดว่าอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ซึ่งตนเคยอยู่พรรคไทยรักไทย ท่านก็แผ่นเสียงตกร่องอยู่ตลอด ขอให้เลิกสักทีเรื่องเก่าๆ แล้วเดินหน้าต่อ โตๆ กันแล้ว เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี แผ่นเสียงตกร่องมาตั้งแต่ปีไหน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา 20 ปีแล้ว
ขณะที่ นายชวนลุกขึ้นสวนทันทีว่า “ต้องยอมรับว่า ผมอาจเป็นแผ่นเสียงตกร่องจริงๆ เพราะความชั่วก็อยู่เหมือนเดิม หากมีอะไรเปลี่ยนไปผมก็จะไม่ไปย้ำอยู่ที่เดิม” การทุจริต และการเลือกปฏิบัติมีผลพวงมาจนถึงปัจจุบันนี้ เราก็ต้องไม่ปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้น
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า การอภิปรายเสียดสีของนายชวนทำให้พรรคเพื่อไทย เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกปฏิบัติ การบริหารงานในอดีตก็ตาม สิ่งที่ท่านอภิปราย ท่านมักพูดว่า ท่านพูดแต่ความจริง แต่มันเป็นความจริงในความเข้าใจของท่านคนเดียวหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะอภิปรายอะไรแล้วก็สรุปในความคิดเห็นของตนเอง แล้วพาดพิงให้พรรคอื่นเสียหาย ซึ่งตนมองว่ากระบวนการนี้ไม่ชอบและวันนี้เป็นการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 มีอะไรกับรัฐบาลท่านเต็มที่เลย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็พร้อมตอบ แต่หากท่านพาดพิงมายังพรรคการเมืองบรรยากาศในห้องประชุมก็ไม่จบ
ทั้งนี้ หลังจากที่ นายจุลพันธ์พูดจบนายชวน ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงว่า สิ่งที่ตนพูดคือสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ตนไม่ได้คิดเอาเอง และตนสามารถบอกนายจุลพันธ์ได้ว่าการเลือกปฏิบัตินั้นใครเป็นคนพูด แต่ตนไม่มีความประสงค์ที่จะเอ่ยนามว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็ไม่ได้แอบทำ แต่ท่านเคยพูดออกสื่อว่าจังหวัดไหนที่เลือกเราก็พัฒนาก่อน จังหวัดไหนที่ไม่เลือกให้รอก่อน จึงยืนยันว่าที่ตนพูดเป็นข้อเท็จจริง
ทำให้ นายจุลพันธ์จึงลุกขึ้นสวนอีกครั้งว่า เรื่องที่เป็นความจริงและความเท็จเป็นเรื่องที่เป็นความเข้าใจที่แตกต่างกัน แต่หากจะสรุปความแล้วทำให้พรรคการเมืองอื่นในห้องประชุมนี้เสียหาย พวกตนก็ต้องลุกขึ้นประท้วง เช่น เรื่องงบประมาณปี’67 ที่บอกว่าไม่มีงบประมาณของภาคใต้ ซึ่งตนเป็นรองประธาน กมธ.งบประมาณ ก็เห็นว่ามีงบประมาณที่ลงไปภาคใต้
“จะไม่มีจริงๆ หรือที่ไม่มีงบประมาณลงไปภาคใต้เลยสักบาท ส.ส.ภาคใต้ที่นั่งตาปริบๆ อยู่ในนี้ จะนั่งกันได้อย่างไร หากไม่มีงบประมาณไปลงบ้านเลย ฉะนั้นหากเป็นความเข้าใจของสมาชิกแต่ละคนที่จะเอาเหตุและผลของตัวเอง หรือความเชื่อของตัวเองมานำเสนอต่อสภา เพื่อโน้มน้าวสมาชิกท่านสามารถทำได้ ถือเป็นสิทธิ แต่หากท่านจะสรุปความว่าสิ่งที่ท่านพูดทุกอย่างต้องเป็นความจริง แล้วพวกผมเป็นคนเลว พวกผมจะเดินต่ออย่างไร” นายจุลพันธ์กล่าว
ทำให้ นายพิเชษฐ์ เชื่อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 2 วินิจฉัยว่า ทั้งหลายทั้งปวงประชาชนเป็นคนตัดสิน เดี๋ยวนี้สถานการณ์ของบ้านเมืองมันไปเร็ว ประชาชนเขารับทราบทุกเรื่อง ว่าอะไรคืออะไร เราอยู่ในนี้ก็พูดกันไป แต่ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน ก่อนจะเข้ากับเข้าสู่การอภิปรายต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายชวนและนายจุลพันธ์กำลังประคารมกันอยู่นั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ได้ดังขึ้นอยู่ระยะหนึ่ง ทำให้ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นขอให้ประธานในที่ประชุมจัดการเรื่องสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ นายพิเชษฐ์จึงกล่าวว่า เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่มารายงานผล

