บก.ปปป. เผยผลสอบพบ 3 จนท.ปปช.-บิ๊กโจ๊ก-คนสนิท-เซียนพระ สร้างหลักฐานเท็จบัญชีทรัพย์สิน เตรียมส่งปปช.จัดการ
เมื่อวันที่ 5 เมษายน รายงานข่าวจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แจ้งว่า จากกรณีที่มีผู้เข้าร้องทุกข์ตำรวจ บก.ปปป.ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับ 3 เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ว่าร่วมกันกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หลังพบหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทั้ง 3 ราย มีพฤติกรรมช่วยเหลือตกแต่งหลักฐานทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อประกอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หลังมีชื่อเข้าไปพัวพันกับคดีเว็บพนันออนไลน์ ตามที่เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 เมษายน ภายหลังตำรวจ บก.ปปป.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทั้ง 3 รายดังกล่าวมีการกระทำผิดจริง อีกทั้งยังพบว่านอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทั้ง 3 รายแรกแล้วยังมีผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวเพิ่มเติมอีก จำนวน 3 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และเซียนพระผู้กว้างขวางในภาคตะวันออก ในฐานความผิดเป็นผู้ใช้หรือตัวการร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กรณีดำเนินการหรือสร้างพยานหลักฐานเท็จเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประกอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในวันนี้พนักงานสอบสวน บก.ปปป.จึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้กับ ป.ป.ช.พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวม 6 ราย ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
โดยพยานหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อว่ามีการกุเรื่องสร้างหลักฐานสำแดงทรัพย์สินเท็จ จนนำมาสู่การตรวจสอบนั้น คือคำให้การของพยานคนสำคัญรายหนึ่ง เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก โดยพยานคนดังกล่าวให้การว่า รู้จักกับเซียนพระจริงเนื่องจากเคยเช่าพระกันในอดีต แต่ไม่ถึงกับสนิทสนมกัน กระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เซียนพระได้ติดต่อมาหาพร้อมนัดพบที่ร้านอาหารข้างห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้า เมื่อเซียนพระมาถึงก็ได้อ้างพยานคนดังกล่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อยากรู้จักและอยากเลี้ยงอาหารเพราะต้องการขอเช่าพระ แต่ได้ตอบปฏิเสธไป เพราะต้องการเก็บไว้บูชาเอง จึงไม่ได้มีการพบเจอ หรือเคยติดต่อเช่าพระกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์แต่อย่างใด อีกทั้งพระ จำนวน 10 องค์ ที่มีการกล่าวอ้างว่าเช่ามาจากพยานคนดังกล่าวนั้น พยานยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยครอบครองพระเครื่อง 10 องค์ดังกล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้จากแนวทางสืบสวนเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวยังพบหลักฐานสำคัญอีกอย่างเป็นความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.รายหนึ่งกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา หลังพบว่าเคยให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกกันในการประสานเข้าใช้บริการโรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงพบข้อมูลการประสานนัดหมายเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.คนดังกล่าวไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานไต่สวน สำนักงาน ป.ป.ช.กรณีที่มีการตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับ สตม. (VISA ON ARRIVAL) เมื่อครั้งที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังมีตำแหน่งเป็น ผบช.สตม. อีกทั้งจากการตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.คนดังกล่าวยังพบว่าเป็นหนึ่งในอนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่มีความเห็นเสนอยุติเรื่องร้องเรียน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และพวก คดีคาราโอเกะในอดีตอีกด้วย

