09.00 INDEX ธงนำ REFORM เพื่อไทยชูเด่น มากับ DNA ของ “ไทยรักไทย”
คำยืนยันของ นายทักษิณ ชินวัตร 1 พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคอนุรักษนิยมใหม่ เรื่องนี้ “ผม” บอกได้เลยว่าไม่ได้อยู่ใน DNA ของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคไทยรักไทย
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับคำยืนยันอันมาจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ว่า DNA ของเราคือ การเปลี่ยนแปลง
“ทุกครั้งที่เราเป็นรัฐบาลเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลง”
ก็จะสอดประสานเข้ากับคำกล่าวของ นายทักษิณ ชินวัตร 1
“ผมมั่นใจว่าอุ๊งอิ๊งสามารถนำทีมพลิกเกมได้ไม่ยาก คือเป็น DNA ระหว่างผมกับคุณหญิงผสมกัน ในเมื่อผมทำได้ DNA ผมก็ต้องทำได้ แล้วเขามี DNA แม่ผสมด้วยเขาต้องทำได้ดีกว่าผม”
ไม่ว่าคำว่า DNA ไม่ว่าคำว่า พรรคไทยรักไทย ไม่ว่าคำว่า พรรคเพื่อไทย จึงไม่เพียงสะท้อนความสัมพันธ์จากรุ่นสู่รุ่น หากยังสะท้อนจากพรรคสู่พรรค
และนี่คือภารกิจที่อยู่บนบ่าของพรรคเพื่อไทยในความรับผิดชอบของ 2 พลังอันมากด้วยพลานุภาพทางการเมือง
1 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 1 นายเศรษฐา ทวีสิน
ภายในความมั่นใจของ นายทักษิณ ชินวัตร ภายในความเชื่อมั่นของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ภายในบทสรุปอันเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ และมั่นคงของนายเศรษฐา ทวีสิน
“เราแพ้เลือกตั้งผมเจ็บปวด แต่ผมไม่แพ้ตลอดกาล ผมจะนำความเปลี่ยนผ่านที่เป็นบวกนำชัยชนะกลับมาให้พรรคเพื่อไทย”
เป็นชัยชนะบนพื้นฐานแห่งแนวทางจาก นายทักษิณ ชินวัตร
ด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยมิได้เป็นพรรคอนุรักษนิยมใหม่ ขณะเดียวกันด้านหนึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ REFORM หรือเป็นพรรคผู้นำในการเปลี่ยนแปลง
นั่นก็คือ การนำเอาคำว่า REFORM มาปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาที่ว่าเป็น “พรรคอนุรักษนิยม” นั่นก็คือ ทะยานไปสู่สถานะแห่งการเป็น “พรรคผู้นำ” ในการเปลี่ยนแปลง
ความหมายก็คือ นำความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วของพรรคไทยรักไทยมาเป็นชัยชนะของพรรคเพื่อไทย
แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นและตามมาก็คือ แนวโน้มในการชูความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อหนีจากการเป็นพรรคอนุรักษนิยม
ไม่ว่าจะเป็นอนุรักษนิยม “เก่า” หรืออนุรักษนิยม “ใหม่”
แนวโน้มนี้ไม่จำเป็นต้องรอสถานการณ์การเลือกตั้งหลังเดือนพฤษภาคม 2570 แต่จะต้องปรากฏขึ้นและดำรงอยู่นับแต่วินาทีที่ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ชูขึ้นสูงเด่น
คำว่า DNA แห่งการเปลี่ยนแปลง คำว่า REFORM จึงสำคัญและทรงความหมายยิ่งสำหรับพรรคเพื่อไทย

