หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล เสนอ ...

ก้าวไกล เสนอ 4 ข้อ ให้รัฐบาลเร่งสอบแคดเมียมหาย ชง กม.เปิดข้อมูลย้ายสารพิษให้ปชช.รู้

7.04.24 | 15:54 น.

ส.ส.ก้าวไกลประสานเสียง เร่งรบ.สอบกากแคดเมียมหาย คาด บางส่วนหลอมแล้ว ทำมลพิษรั่วสู่ชุมชน ชี้ ถึงเวลาต้องมีกม.เปิดเผยข้อมูลการเคลื่อนย้ายสารพิษให้ปชช.ทราบ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ส.ส.ก้าวไกล จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ตั้งวงคุยฉุกเฉิน เตือนประชาชนและตั้งคำถามต่อรัฐบาลกรณีกากแคดเมียมหาย 15,000 ตัน ซึ่งอาจมีบางส่วนถูกหลอม เกิดสารพิษปนเปื้อนสู่ชุมชน โดยในวงสนทนาประกอบด้วย นายคริษฐ์ ปานเนียม ส.ส.ตาก เขต 1 พื้นที่ตั้งเหมืองสังกะสี ต้นตอกากแคดเมียมประมาณ 15,000 ตัน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1 พื้นที่ที่พบกากแคดเมียมเตรียมหลอม นายชวาล พลเมืองดี ส.ส.ชลบุรี เขต 3 พื้นที่บ้านบึงซึ่งพบกากแคดเมียม 7,000 ตัน และคาดว่าบางส่วนถูกหลอมแล้ว นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม และ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center ศูนย์นโยบายพรรคก้าวไกล

นายคริษฐ์กล่าวว่า เหมืองสังกะสีผาแดงเป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่อยู่มา 40 ปี แม้วันนี้จะปิดตัวไปแล้วแต่ก็ยังทิ้งผลกระทบในพื้นที่จากการรั่วไหลของแคดเมียม อันเป็นผลพวงจากการทำเหมือง หลายพื้นที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ กากแคดเมียมจากเหมืองผาแดงเดิมถูกฝังกลบในบ่อซีเมนต์ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่อยู่ๆ ชาวตากก็มารู้ข่าวพร้อมคนไทยทั้งประเทศว่ามีการเปิดบ่อเพื่อเอาแคดเมียมออกมาขาย ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในพื้นที่อย่างมาก ที่สำคัญ กระทรวงอุตสาหกรรมยังระบุว่าจะนำกากแคดเมียมมาคืนที่เดิม แต่กลับไม่มีการตรวจสอบว่าบ่อที่ถูกเปิดออกมาแล้วจะเกิดการรั่วไหลของสารพิษหรือไม่ รวมถึงไม่ตรวจสอบที่มาที่ไปของการเปิดบ่อว่าทำอย่างถูกต้องหรือไม่ด้วย

“ผมอยากทราบว่าทำไมเกิดความไม่เท่าเทียมกันในการจัดการสถานการณ์ ที่สมุทรสาครกับชลบุรีมีการเร่งตรวจสอบ ปิดพื้นที่ แต่ที่ตากกลับไม่ตรวจสอบอะไรเลย แถมบอกว่าจะเอากากแคดเมียมกลับมาคืนที่เดิม อีกไม่นานพายุฤดูร้อนจะมา ประชาชนในพื้นที่กังวลมากว่าบ่อกากแร่ที่ถูกเปิดออกแล้ว เมื่อเจอพายุฝนจะรั่วไหลพาสารพิษลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือไม่ และหากนำกากแคดเมียมกลับมา บ่อจะถูกปิดสนิทเหมือนเดิมหรือไม่” นายคริษฐ์กล่าว

ด้านนายชวาลกล่าวว่า ตนได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่มาระยะหนึ่งแล้ว ว่าได้กลิ่นผิดปกติจากโรงหลอมในตำบลคลองกิ่ว ซึ่งเป็นโรงรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มทุนจีน นอกจากนี้ประชาชนยังพบว่าสัตว์เลี้ยงไม่ยอมลงไปกินน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างที่เคย ตนเคยเข้าไปตรวจสอบพื้นที่โรงงานก็พบถุงบิ๊กแบ๊กหน้าตาน่าสงสัยจำนวนมาก วันนี้ก็พบแล้วว่าถุงดังกล่าวเป็นกากแคดเมียมปริมาณถึง 7,000 ตัน หลายส่วนถูกพบหน้าเตาหลอม ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่ามีกากแคดเมียมบางส่วนถูกหลอมไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ตนจึงมีข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาล ดังนี้

Advertisement

1.รัฐบาลต้องประกาศให้พื้นที่คลองกิ่วเป็นเขตควบคุมมลพิษ
2.ตรวจสอบโรงหลอมและการฝังกลบของเสียในพื้นที่โรงหลอมทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต
3.ตรวจสอบการสำแดงเท็จนำเข้ากากอุตสาหกรรมอันตรายที่เป็นวัตถุดิบเข้ามาในประเทศ
4.หยุดการออกใบอนุญาตให้กับโรงหลอมเพิ่ม

นายพูนศักดิ์กล่าวว่า กากแคดเมียมเมื่อถูกหลอมจะต้องผ่านการบำบัดมลภาวะทางอากาศ และมีระบบบำบัดน้ำเสียด้วย เนื่องจากไอกรดจากการหลอมแคดเมียมจะตกลงสู่พื้นผิวและปนเปื้อนแหล่งน้ำ แต่โรงงานในคลองกิ่วทั้งหมดไม่มีระบบบำบัดอากาศหรือน้ำ อีกทั้งยังไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่น่ากังวลอย่างมากว่าอาจมีการปนเปื้อนสารแคดเมียมในชุมชนแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบ เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของประชาชน

นายณัฐพงษ์ระบุว่า แม้ล่าสุดจะพบกากแคดเมียมเพิ่มเติมอีกจุดหนึ่งในพื้นที่บางน้ำจืด สมุทรสาคร แต่ยังไม่พบว่ามีการหลอมแคดเมียม และไม่พบการปนเปื้อน แต่การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลทำให้เกิดความตื่นตระหนก ถึงกับมีการพูดว่าจะไม่กินอาหารทะเลจากมหาชัย เนื่องจากกลัวสารแคดเมียม ตนขอยืนยันว่าพื้นที่มหาชัยและอ่าวไทย กับพื้นที่ที่พบกากแคดเมียมอยู่ห่างกันมาก อีกทั้งยังไม่มีการหลอมกากแร่ จึงไม่มีการปนเปื้อนแคดเมียมสู่อาหารทะเลอย่างแน่นอน แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลกันมานานว่าโรงหลอมในพื้นที่มักแอบหลอมโลหะหนักและสารอันตรายในช่วงกลางคืน และปล่อยกากแร่ลงสู่แม่น้ำ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง กระทบกับสุขภาพคนทั้งจังหวัด ตนจึงขอให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ในการสังคายนาระบบการจัดการสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งระบบ

นายพูนศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอเบื้องต้นที่พรรคก้าวไกลต้องการให้รัฐบาลจัดการอย่างเร่งด่วน คือ

1.กระทรวงอุตสาหกรรมต้องตรวจสอบข้อมูลและเปิดเผยข้อมูลอย่างเร่งด่วน และใช้โอกาสนี้ทบทวนระบบกำกับการจัดการของเสียและน้ำเสียอุตสาหกรรมทั้งระบบ

2.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องตรวจสอบกระบวนการขุดกากแร่ว่าได้รับการอนุญาตจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวมล้อม (สผ.) หรือไม่ และประชาชนได้เข้าร่วมในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อการอนุญาตให้ขุดกากแร่หรือไม่ รวมถึงต้องขยายความรับผิดชอบของ สผ.ให้ครอบคลุมภายหลังปิดโครงการ นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังควรมีอำนาจในการตรวจสอบพื้นที่ปนเปื้อนจากการประกอบกิจการโรงงานด้วย

3.ทบทวนกระบวนการยุติธรรมสำหรับกรณีคดีสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะตำรวจ อัยการ และศาลต้องทำความเข้าใจปัญหาการแพร่กระจายของมลพิษ และต้องเร่งรัดในการจัดการอย่างเร่งด่วน เช่น กรณีโรงงานแวกซ์กาเบ็จที่จังหวัดราชบุรี ใช้เวลามากกว่า 10 ปีคดียังไม่สิ้นสุด รวมถึงต้องเพิ่มโทษผู้กระทำความผิดด้วย

4.ฝ่ายนิติบัญญัติและนายกรัฐมนตรีต้องเร่งรัดการออกกฎหมาย PRTR (พ.ร.บ.ควบคุมการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารพิษหรือมลพิษ) เพื่อเปิดเผยข้อมูลมลพิษให้ประชาชนได้ทราบความเสี่ยงของพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยพรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างกฎหมาย PRTR เข้าสภาแล้ว หวังว่าในการเปิดสมัยประชุมสภาครั้งหน้า ฝั่งรัฐบาลจะหยิบยกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้วัวหายแล้วล้อมคอกเหมือนที่ผ่านมา