09.00 INDEX ผลสะเทือน จาก “PM 2.5” กระทบ รัฐราชการ รวมศูนย์
อย่าประเมินสถานการณ์ PM 2.5 ต่ำกว่าความเป็นจริง
ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย
ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา
อย่าลืมความผิดพลาดจากเมื่อแรกเกิดสถานการณ์โควิดใน ห้วงปลายปี 2562 ต้นปี 2563 อย่างเด็ดขาด
จุดท้าทายเป็นอย่างมากคือ ภัยพิบัติ กับ การท่องเที่ยว
จำได้หรือไม่ว่าแรกที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโควิดบังเกิดขึ้นข้อถกเถียงอย่างแหลมคมเป็นอย่างมาก
คือจะทำอย่างไรกับนักท่องเที่ยวจากจีนโดยเฉพาะจากอูฮั่นเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ PM 2.5 ขึ้นหากจับท่าทีของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่อันถือว่าเป็นตัวแทนจากส่วนกลาง เป็นตัวแทนของรัฐบาลก็จะเห็นลักษณะซ้ำรอยเดิม
เบื้องหลังการประวิงเวลาเพื่อกำหนดให้พื้นที่ PM 2.5 เป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือไม่มีรากฐานและแรงกดดันมหาศาลกับผลประโยชน์จากธุรกิจการท่องเที่ยว
หารู้ไม่ว่าภาวะลังเลที่จะดำเนินมาตรการมิได้เป็นความเสี่ยง ของประชาชนเท่านั้นหากแต่รัฐบาลก็อยู่ในภาวะเสี่ยงเหมือนกัน
เพราะความลังเลนี้จะติดอยู่กับรัฐบาลไปอย่างยาวนาน
กล่าวในเชิงเปรียบเทียบสถานการณ์โรคระบาดจากเชื้อไวรัสโควิดทุกสายตาอาจมองไปยังรัฐบาลโดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นจุด รวมศูนย์
ขณะที่สถานการณ์ PM 2.5 กระทบต่อโครงสร้างของระบบ ราชการและการปกครองอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง
ฉายภาพด้านลบแห่ง “รัฐราชการรวมศูนย์”อย่างชัดเจน
ไม่เพียงแต่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุขจะตกเป็นเป้าในการเฝ้ามอง
หากแต่ยังเน้นอย่างเป็นการพิเศษไปยังโครงสร้างของการปกครองอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้พ้น
ทั้งการปกครองส่วนกลางและการปกครองส่วนท้องถิ่น
ยิ่งเป็นเมืองในระดับ “มหานคร” ทุกอย่างล้วนกลายเป็นประเด็นในการต่อสู้ของแต่ละพรรคการเมือง
กล่าวสำหรับผลสะเทือนจากมหานครเชียงใหม่ชัดเจนอย่างยิ่งว่า เป็นคำถามต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ต่อนายกองค์การบริหารจังหวัด
แจ่มชัดว่าเป็นโจทย์ที่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล
เบื้องต้นจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ในทางการเมืองระหว่างการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
และที่สุดย่อมเป็นคำถามถึงสถานะและการดำรงอยู่ของตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจากการเลือกตั้งยังจำเป็นเพียงใด

