หน้าแรก การเมือง นายกฯ ชี้ ปรั...

นายกฯ ชี้ ปรับครม.เมื่อไหร่รู้เอง แจง ‘ชัยชนะ’ มาพบที่นครศรีฯพร้อมแม่

9.04.24 | 06:22 น.

นายกฯ ชี้ ปรับครม.เมื่อไหร่รู้เอง แจง ‘ชัยชนะ’ มาพบที่นครศรีฯพร้อมแม่

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ถึงความชัดเจนในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังมีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องขณะนี้ ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลต้องคอยเงี่ยหูฟัง หรือนายกรัฐมนตรีจะปิดประตูถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า “เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ปิดอยู่ตลอดในเรื่องนี้ และไม่มีใครต้องมาเงี่ยหูฟัง

เมื่อถามว่า มีการมองกันว่าโควต้าในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังเหลืออีกหนึ่งตำแหน่ง ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้หรือยัง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรายังมีอีกตำแหน่งที่เหลือ เหลืออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวค่อยไปว่ากันเมื่อถึงเวลา เมื่อถามย้ำว่า โควต้าพรรคเพื่อไทยที่ยังเหลืออยู่ พิจารณากันหรือยัง นายเศรษฐากล่าวว่า ภายในพรรคก็คงพูดคุยกันเดี๋ยวเขาก็คงเสนอขึ้นมา

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังมีชื่ออีกหนึ่งโควต้าที่เหลือ มีการเสนอชื่อมาแล้วหรือยัง นายเศรษฐากล่าวว่า ยังเลย ยังไม่ได้เจอ ยังไม่ได้พูดคุย วันที่ 9 เมษายน จะประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ หากเจอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ตนก็จะไม่ถาม แต่ถ้าท่านบอกมาก็จะรับทราบ ขอย้ำว่าเป็นโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ หากจะเสนอใครก็เสนอเข้ามา และผ่านไปที่คณะกรรมการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า หากจะส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาล อยากส่งสัญญาณอะไร นายเศรษฐากล่าวว่า สัญญาณที่ตนได้ส่งมาโดยตลอดและให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือปัญหาพี่น้องประชาชนในทุกปัญหา ฉะนั้นพวกท่านทราบดีอยู่แล้ว ท่านมีวุฒิภาวะสูงกันทุกคน ทราบว่าความต้องการของพี่น้องประชาชนในปัจจุบันคืออะไร ตนลงพื้นที่ครั้งนี้ก็จะไปดูเรื่องยางพารา

Advertisement

เมื่อถามว่า ใจของนายกรัฐมนตรีหากปรับ ครม. อยากปรับเล็กหรือปรับใหญ่ นายเศรษฐากล่าวว่า สื่อถามเหมือนจะมีการปรับ และหลอกล่อให้ตนพูด

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีการมองกันว่าหากปรับใหญ่แรงกระเพื่อมจะสูง อาจจะปรับเฉพาะตำแหน่งที่ว่างและจำเป็นจริงๆ นายเศรษฐากล่าวว่า “เหมือนกับคำพูดที่ว่าคนรวยคนจน ตรงไหนคือคนรวย ตรงไหนคือคนจน ฉะนั้นถ้าผมบอกปรับเล็ก แล้วถามว่าปรับเล็กคืออะไร 3 ตำแหน่งหรือ 6 ตำแหน่ง และ 6 ตำแหน่งก็อาจจะมองว่าก็ยังเล็กอยู่ ดังนั้นอย่าไปพูดว่าเล็กหรือใหญ่เลยดีกว่า ไว้ถึงเวลาเหมาะสมเกิดขึ้นแน่นอน”

เมื่อถามว่า การตัดสินใจปรับ ครม. จะใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวหรือต้องปรึกษากับใคร รวมทั้งจะให้เกียรติหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล นายเศรษฐากล่าวว่า “การทำงานของผมตั้งแต่เป็นนักธุรกิจมา จนกระทั่งก้าวสู่เวทีการเมือง ผมให้เกียรติเพื่อนร่วมงานทุกคน ฉะนั้นการจะทำอะไรต้องพูดคุยกัน เป็นเรื่องธรรมดา แต่แน่นอนครับ ผมเป็นคนจรดปากกาเมื่อเสร็จ”

เมื่อถามว่า มีการมองกันว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนทำงานเด็ดขาด อย่าเอาอะไรมาขู่ เพราะอาจจะถูกปาดคอได้ นายเศรษฐาหัวเราะ พร้อมกับกล่าวว่า “ผมว่ารัฐมนตรีจากทุกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลอยู่ รู้อยู่แล้วว่าการทำงานร่วมกันมันไม่มีการขู่ เราพูดคุยกันดีๆ อยู่แล้ว เพราะผมเป็นคนเข้าถึงได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทาง WhatsApp โทรศัพท์ หรือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

มีอะไรก็พูดกันตรงๆ ผมไม่ได้มีอะไรเลย อย่างวานนี้ (7 เม.ย.) ผมก็ต่อสายตรงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็เป็นการคุยเรื่องอื่น ต่อสายตรงกันตลอด ท่านเองก็ไม่เคยขู่ผม ผมเองก็ไม่เคยขู่ท่าน อันนั้นผมว่าเป็นวิธีเดิมๆ โบราณๆ

วันนี้จะเอาอะไรก็พูดกันตรงๆ ดีกว่า และก็ปรับปรุงแก้ไขกันไประหว่างทาง อย่างนี้เชื่อว่าผลประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่ที่พี่น้องประชาชน ผมลงมาภาคใต้วันนี้ ทุกพรรคก็มา พรรคเพื่อไทยไม่ได้มี ส.ส.ที่นี่ ก็เป็นปมทางใจของผมนิดหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้มีอะไร และยังพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็พูดคุยกันดี ยังได้เจอคุณแม่ของท่านด้วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยก็มาด้วยกัน 2 คน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐก็มาจากตรัง ไม่ได้แยกพรรคแยกสีอะไรเลย วันนี้เมื่อเราเป็นรัฐบาลแล้ว ทุกท่านทราบดีอยู่ปัญหาของพี่น้องประชาชนเยอะเหลือเกิน งบประมาณเพิ่งผ่านมา 2 สัปดาห์ เราก็ต้องมานั่งพูดคุยกัน ขณะที่ ส.ส.ตรังก็นำโครงการมาเสนอ ผมได้ยื่นให้กับ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ไปพิจารณาดูต่อ ตรงนี้เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสูงสุดอยู่แล้ว”