ลุ้นวันนี้! ครม.ไฟเขียว 8 ข้อ ช่วยกระตุ้นอสังหาฯ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการคลังเตรียมนำมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 9 เมษายน 2567 โดยลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% และขยับระดับราคาจากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 7 ล้านบาทถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ถือว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะไม่ใช่กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังส่งผลต่อธุรกิจเชื่อมโยงอีกจำนวนมาก ไม่ว่าวัสดุก่อสร้าง แรงงาน ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน รวมถึงการใช้สาธารณูปโภคต่างๆ
“บ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท มีสัดส่วนมากกว่า 85% ของการซื้อขายที่อยู่อาศัย ทั้งประเทศ ทั้งบ้านมือหนึ่งและมือสอง มาตรการดังกล่าวช่วยกระตุ้นตลาดได้ ถ้ายังเป็นกลุ่มไม่เกิน 3 ล้านบาท จะติดเรื่องกำลังซื้อเปราะบาง กู้ไม่ผ่านสูง แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้น แต่ก็จำเป็นต่อเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังชะลอตัวอยู่” นายอิสระ กล่าว
นายอิสระ กล่าวว่า ส่วนเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นในของธุรกิจรับสร้างบ้านที่ผู้สร้างบ้าน นำมาลดหย่อนภาษีได้ล้านละ 10,000 บาท สูงสุด 100,000 บาท ตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างบ้าน จะมีผลดีต่อรัฐบาลจะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มกลับไป 7 % และภาษีเงินได้ของบุคคลที่เป็นผู้รับจ้างสร้างบ้าน จากจะต้องเสียภาษี หรือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทรับสร้างบ้านอีก 20% มาตรการนี้ถือเป็นการจูงใจให้ผู้ทำธุรกิจรับสร้างบ้าน ทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ต้องเข้าสู่ระบบการเสียภาษี
“รัฐมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่ 5 ปีแรก ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมถึงขยายเพดานให้กู้จาก 1.5 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาท จะทำให้ผู้ต้องการซื้อบ้านในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย ลดภาระค่างวดผ่อนบ้านได้” นายอิสระ กล่าว
นายอิสระ กล่าวว่า ถือว่าทุกมาตรการที่จะเข้าครม. ช่วยภาคอสังหาฯได้ในห้วงเวลานี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้ตามที่ขอไป 8 ข้อ ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคงต้องไปดำเนินการในปี 2568 ยกเลิกมาตรการ LTVทบทวนการขออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของโครงการคอนโดมิเนียม,ทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องการถือครองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ เช่น ขยายการเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี เป็นต้น

