หน้าแรก การเมือง นพ.เหวง บอกเล...

นพ.เหวง บอกเลิกคิด ‘หยุดประเพณีรปห.’ ฝาก รบ.พท.จับมือสังหารลอยหน้า ขึ้นศาลปชช.

10.04.24 | 22:16 น.

นพ.เหวง ชี้ ไทยมี ‘2 ประเพณีเลวร้าย’ เลิกคิดหยุดรปห.ได้ ถ้ายังคนผิดยังลอยหน้า ดัน ขึ้นศาลปชช.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เนื่องในวาระครบรอบ 14 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ (10 เม.ย.2553) คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน ’14 ปี เมษา – พฤษภา 53′

ต่อมา เวลา 15.38 น. หลังประกอบพิธีงสงฆ์ มีการร่วมวางพวงหรีดจากญาติวีรชน, คณะประชาชนทวงความยุติธรรม, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ อดีตประธาน นปช., นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย, นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำนปช. ไปจนถึงพวงหรีดของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งจากจุฬา ธรรมศาสตร์ ทะลุแก๊ซ ทะลุฟ้า ทะลุวัง เป็นต้น

ท่ามกลางนักการเมือง และญาติวีรชนร่วมด้วย อาทิ นายชัยธวัช หัวหน้าพรรคก้าวไกล, น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อดีตแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ ทนายแจม, นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.พรรคก้าวไกล ซี่งล้วนเป็นผู้ที่เคยผ่านเหตุการณ์ เมษ-พฤษภา 53

จากนั้น เวลา 16.00 น. อดีตแกนนำ (นปช.) และตัวแทนญาติวีรชน ร่วมกล่าวไว้อาลัยและสดุดีวีรชน

Advertisement

นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. กล่าวรำลึกความตอนหนึ่งว่า ตนได้นำหนังสือไปยื่นต่อ นายสมคิด เชื้อคง รองเลขานุการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ทั้งหมด 2 ฉบับ อีกฉบับได้ยื่นต่อนายกฯ ซึ่งอยากให้มาร่วมปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะพวกเราเป็นตัวแทนของความรู้สึก ของผู้รักประชาธิปไตย ต่อสู้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน เป็นการต่อสู้นับกว่า 20 ปี

“ในชีวิตของผม มีประเพณีเลวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อยู่ 2 ประการ คือการยึดอำนาจรัฐประหาร ซึ่งผมใช้คำว่า ’ประเพณี‘ เพราะเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง

ฝากถึงพรรคเพื่อไทยด้วยว่า เห็นด้วยหรือไม่กับขนบธรรมเนียมประเพณีที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทย ในการยึดอำนาจรัฐประหาร หากไม่เห็นด้วย ควรมีการยุติและหยุดยั้งการยึดอำนาจ รปห. และประเพณีอันเลวร้ายประการที่ 2 คือ การที่ทหารฆ่าประชาชนสองมือเปล่า แล้วลอยนวล ” นพ.เหวงกล่าว

นพ.เหวงกล่าวต่อว่า ชีวิตของตนผ่านมาอย่างยาวนาน ต่อสู้ทางการเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ซึ่งความคิดเพ้อฝัน ที่จะนำไปเขียนในรัฐธรรมนูญว่าการ รปห.ห้ามนิรโทษกรรม ให้เลิกคิดได้เลย เพราะการที่จะสามารถหยุดรัฐประหารได้ คือ การนำคนที่ทำรัฐประหาร มาลงโทษทางกฎหมายให้ได้

“ดังนั้นการที่ผมมาวันนี้ และไม่ว่าวันไหนก็ตาม ตราบเท่าที่ประเพณีอันเลวร้าย 2 ประการนี้ ยังไม่ถูกลบเลือนไปจากประเทศไทย ผมก็จะพูดเช่นนี้ไปชั่วกัลปาวสาน หรือจนกว่าผมจะสิ้นลมหายใจ และผมไม่ได้กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ว่าคนที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่าบนท้องถนน ได้รับการนิรโทษกรรมทั้งสิ้น ยกเว้นครั้งนี้ ที่ไม่มีการนิรโทษกรรม

นพ.เหวงกล่าวด้วยว่า ตนขอปรบมือให้กับรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีการชันสูตรพลิกศพและนำเรื่องส่ง ศาลชี้ให้มีคำสั่งการเสียชีวิตประมาณ 20 กว่าศพ ซึ่งตนไม่ได้มองว่าคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งประกาศตนว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และเป็นเหตุให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจ ซึ่งตนมองว่าประการสำคัญที่สุด คือคำสั่งของศาล อย่างเช่น การเสียชีวิตของประชาชน 6 ศพที่ถูกยิงโดยทหาร ที่หน้าวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร บนรางรถไฟฟ้า

“กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีการยื่นเรื่องไปถึงอัยการทหาร แต่ทันทีที่ยื่นไปที่อัยการทหารได้ยุติการสั่งฟ้อง เราจึงยอมไม่ได้ ทำให้ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้มีการไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นจำนวนมาก ซึ่งให้คำแนะนำว่าให้มีการแก้กฎหมาย โดยให้ทหารที่ฆ่าประชาชน ต้องขึ้นศาลพลเรือน โดยได้ฝากถึงนายกฯ เนื่องจากพรรคพท.มีเสียงข้างมากในสภา ในการเขียนกฎหมายฉบับนี้ แก้ไข ให้ทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ต้องขึ้นศาลพลเรือน” นพ.เหวงกล่าวทิ้งท้าย