09.00 INDEX มาตรการ รัฐประหาร ยุบพรรค ล้วนมี ฐาน มาจาก ‘ความกลัว’
ความตระหนกอันสำแดงผ่านปฏิกิริยาจากที่ประชุม 250 สมาชิกวุฒิสภาต่อการรุกคืบเข้ามาของ “เทคโนโลยี” ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์
เป็นความตระหนกอันดำรงอยู่ในลักษณะเป็น “ตัวแทน” อันเป็นภาพสะท้อนในทาง “ความคิด” และในทาง “การเมือง” เพียงแต่มีพรรคก้าวไกลและการเลือกตั้งเป็น “รูปธรรม”
ลำพังผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ก็ก่อความตระหนกเป็นอย่างสูงอย่างยิ่งอยู่แล้ว การเลือกตั้ง#บอร์ดประกันสังคม ยิ่งสร้างความหวั่นไหว
เมื่อประสบเข้ากับการเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้และย้อนกลับไปทำลายกฎระเบียบแห่ง “การเลือก” สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งบัญญัติ อย่างจำหลักหนักแน่นในรัฐธรรมนูญย่อมเก็บ “อาการ” ไม่อยู่
ความไม่เข้าใจใน “เทคโนโลยี” การไม่สามารถเรียนรู้และเท่าทันกับ “เทคโนโลยี” จึงนำไปสู่การปฏิเสธ ขณะเดียวกัน ก็หาหนทางในการจำกัดและขจัดให้ไม่สามารถแสดงศักยภาพได้
กระบวนการลงโทษอย่างรุนแรงผ่านกฎหมายจึงมีจุดเริ่มต้นมาจากความกลัวโดยคิดว่าการบังคับจะทำให้ทุกอย่างราบคาบ โดยไม่คำนึงว่าผลก็คือ การหยุดยั้ง “พัฒนาการ” ของสังคม
ถามว่ารัฐประหาร เมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องไปยังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีสาเหตุมูลเชื้อมาจากปัจจัยสำคัญใดในทางการเมืองคำตอบก็คือมาจากความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องต่อพรรคไทย รักไทยในการเลือกตั้ง
แม้ลงมือทำรัฐประหารและยุบพรรคไทยรักไทยแล้วก็ยังพ่ายแพ้การเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 แม้จะยุบพรรคพลังประชา ชนในเดือนพฤศจิกายน 2551 เมื่อถึงการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับพรรคเพื่อไทยอีก
การยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคอนาคตใหม่ จึงเป็นสาเหตุนำไปสู่การทำรัฐประหาร และงัดเอามาตรการในทางกฎหมายคือการยุบพรรคตัดสิทธิทางการเมืองมาใช้
ถามว่าแล้วการรัฐประหารแล้วยุบพรรคสามารถเอาชนะทาง การเมืองโดยผ่านกระบวนการเลือกตั้งได้หรือไม่
ความเป็นจริงนี้ นักรัฐประหารและกลุ่มกุมอำนาจรู้ดีอย่างที่สุดว่าไม่ประสบผลสำเร็จ จึงนำไปสู่สถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566
และนำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อสกัดขัดขวางโอกาสและการเติบใหญ่ของบางพรรคและกลุ่มการเมืองที่ไม่ยอมสยบโดยผ่านมาตรการเข้มมากยิ่งขึ้นในพื้นที่โซเชียลมีเดีย
เมื่อมีจุดเริ่มต้นจากความหวาดกลัว เมื่อดำเนินการบนฐานแห่งความไม่รู้จึงส่งผลข้างเคียงตามมาเหนือความคาดคิดอีกมาก

