ส.ส.เพื่อไทย รุมอัดจุรินทร์ ด้อยค่าดิจิทัลฯ ยกถุงมือยาง แนะหยุดสร้างวาทกรรมโกง โยงจำนำข้าวได้แล้ว ยันใช้เงินธกส.ทำได้ ประกันรายได้ก็ใช้ ม.28 พรบ.วินัยฯ
จากกรณีที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มาทำเป็นนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตนั้น เป็นดีเอ็นเอเดียวกันกับโครงการรับจำนำข้าวในอดีตนั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จุรินทร์ ซัด รบ.ใช้เงิน ธกส. ทำดิจิทัลวอลเล็ต คือการกู้มาแจก DNA เดียวกับจำนำข้าว
- เศรษฐา มั่นใจใช้เงิน ธ.ก.ส. แจกดิจิทัล ไม่ผิดวัตถุประสงค์ รับพิจารณา หาวิธีจ่ายเงิน ให้คนไร้มือถือ
ล่าสุด (11 เม.ย.) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงความชัดเจน เมื่อวันที่ 10 เมษายนว่า นโยบายเรือธงนี้ จะยกระดับเศรษฐกิจได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะใส่เงิน 5 แสนล้านบาท ในระบบเศรษฐกิจ ลงไปถึงฐานรากครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน สามารถใช้เงินในไตรมาส 4 จับจ่ายใช้สอยในร้านค้าที่กำหนด ส่งผลเศรษฐกิจให้เติบโต 1.2-1.6% ยืนยันจะทำตามรัฐธรรมนูญ และกระบวนการตามกฎหมายระเบียบและตรวจสอบได้
หากนายจุรินทร์จะย้อนไปถึงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ควรศึกษาอย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้เห็นว่า โครงการรับจำนำข้าวพิสูจน์แล้วว่า ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลต่อภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญภายใต้บริบทสังคมและเศรษฐกิจขณะนั้น
มาถึงขณะนี้ปี 2567 การที่นายจุรินทร์หลงยุคไม่พอ ยังเชื่อมโยงโครงการในอดีตแบบผิดฝาผิดตัว จึงเป็นการด้อยค่าโครงการที่เป็นนโยบายดีๆ ในปัจจุบันไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อธนาคารโลก ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 จากเดิมคาดจะโต 3.2% ลดลงมาเหลือเพียง 2.8% นายจุรินทร์จึงควรมองเห็นโอกาสและความเจริญที่รัฐบาลมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยที่ซบเซาให้เกิดการผลิตทั่วทั้งระบบ และกลับมาแข็งแรงตั้งแต่ฐานราก
นอกจากนี้ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลครั้งใหญ่ ให้ในอนาคต รัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างแม่นยำ และเข้าถึงประชาชนตรงเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น การวางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัล จึงต้องเริ่มต้นแล้ววันนี้ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการดำเนินการตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังฯ นั้น นายเศรษฐาเองก็ย้ำแล้วว่า สามารถทำได้ และธกส. มีสภาพคล่องเพียงพอ แต่ที่สำคัญที่นายจุรินทร์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อาจหลงลืมไปคือ นโยบายการประกันราคาข้าว ก็อาศัยช่องทางมาตรา 28 เช่นกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันคือความล้มเหลวและไม่ประสบความสำเร็จ
“อยากฝากถึงนายจุรินทร์ เมื่อไหร่จะเลิกขวางความเจริญ เลิกด้อยค่านโยบายดีๆ แบบไร้ความรับผิดชอบ วิจารณ์ทุกสิ่ง เอาเวลาไปปรับปรุงนโยยายพรรคที่ท่านสังกัด และอย่าสร้างวาทกรรมด้วย บิดเบือนสังคมด้วยคำว่าโกง ยกตนดีกว่าใคร จนลืมว่าถุงมือยางที่มีการทุจริตตอนท่านเป็นรัฐมนตรี จนสังคมตั้งคำถามมันเกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่ จงอย่ามัวกังวลนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่คิดมาอย่างรอบคอบ” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่าน X แสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าว ว่า “ประกันรายได้ ก็ใช้ ม.28 เหมือนกัน แต่จะนับเป็น DNA เดียวกับ #จำนำข้าว ก็คงไม่ใช่ เพราะ โครงการไม่ได้ประสบความสำเร็จในการสร้าง impact ทางเศรษฐกิจ สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับ ประชาชน ได้เหมือนจำนำข้าว”

ส่วน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่าน X แสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าวว่า “ไม่ให้ราคากับจำเลยสังคมกรณีถุงมือยางและรถพุ่มพวงค่ะ เพราะเหมือนจะเป็น DNA ที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลย ในยุคที่เป็นรัฐบาลก็ทำราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคายางและปาล์มน้ำมัน
“สิ่งที่โครงการจำนำข้าวและ Digital Wallet จะมี DNA เดียวกัน…นั่นคือ รัฐบาลทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ใช้เวลาหลายเดือนเพื่อรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อหาแหล่งที่มาของเงินให้ถูกต้อง มีความตั้งใจทำให้เงินเข้าสู่กระเป๋าประชาชนผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย”


