‘พิธา’ รับ ตั้งใจเยือนเชียงใหม่ ไม่ได้ปาดหน้า ‘ทักษิณ’ ย้ำ ไม่มีใครเป็นเจ้าถิ่น

12.04.24 | 11:52 น.

‘พิธา’ ยอมรับตั้งใจเยือนเชียงใหม่ ไม่ได้มาปาดหน้า ‘ทักษิณ’ ย้ำ ไม่มีนัยการเมือง มองกระแสพื้นที่ ไม่มีใครเป็นเจ้าถิ่น ประชาชนไม่ใช่สมบัติ ของนักการเมือง ลั่น ‘ก้าวไกล’ ได้รับคะแนนความไว้วางใจเป็นอันดับ 1 มี ส.ส. 7 คนจาก 10 คน ก็ต้องลงมาช่วยเขาทำงาน​


เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 12 เมษายน ที่เทศบาลตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน นายพิธา ลิ้ม​เจริญ​รัตน์​ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้า​พรรค​ก้าวไกล​ กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นนักปาด โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้มาตามนายทักษิณ ชิน​วัตร​ แต่มาตามว่าผู้สมัคร อบจ.และพี่น้องประชาชน มาใช้วันสุดท้ายก่อนปิดยาวช่วงสงกรานต์ให้เป็นประโยชน์ และอยากใช้โอกาสนี้สื่อสารผ่านสื่อมวลชน เชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้ง อบจ.ให้เยอะ ให้ความสำคัญเท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติ อยากให้มาใช้สิทธิ์ เพราะหากคนมาใช้สิทธิ์น้อย ก็ไม่ตรงตามหลักประชาธิปไตยและเสียดายงบประมาณในการเลือกตั้งด้วย ที่ครั้งหนึ่งใช้ 6-7 หมื่นล้าน

เมื่อถามว่า นายพิธาเดินทางมาช่วงเดียวกับนายทักษิณ ซ้ำถึง 2 ครั้งแล้ว อาจถูกเชื่อมโยงได้ นายพิธากล่าวว่า ไม่ใช่เป็นความบังเอิญ ตอนที่มาครั้งนั้นเพื่อต้องการเรียนรู้การดับไฟป่า และเป็นช่วงที่จังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาสภาวะทางอากาศสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ตนมี ส.ส. 7 คนจาก 10 คน และก็ได้รับคะแนนความไว้วางใจเป็นอันดับ 1 ก็ต้องลงมาช่วย ส.ส.ทำงาน และกลับไปจะได้อภิปรายได้ถูกต้อง ไม่ใช่ความบังเอิญตนตั้งใจมาจริงๆ และไม่ได้ต้องการมาเพื่อการเมืองแต่อย่างใด แต่ต้องการทำหน้าที่อดีตหัวหน้าพรรค หากมีโอกาสอยากเข้าโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วย เรื่องทางเดินหายใจว่าหนักขึ้นจริงหรือไม่

“ตนคิดว่านักการเมืองถ้ายึดโยงกับประชาชนก็ขึ้นมาทั้งนั้น เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เพิ่งลงพื้นที่เราเป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องขึ้นมาปกติอยู่แล้ว ไม่มีนัยทางการเมืองแต่อย่างใด”

Advertisement

เมื่อถามว่ากระแสของพรรคก้าวไกล ไปจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางเจ้าถิ่นอย่างพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไรบ้าง นายพิธากล่าวว่า “ผมไม่ได้คิดว่าพรรคไหนเป็นเจ้าถิ่นของใคร ประชาชนไม่ใช่สมบัติ ของนักการเมืองท่านไหนแต่ตอนมีความรับผิดชอบกับเชียงใหม่ เพราะเขาเลือกผมมาถล่มทลาย มาเป็นอันดับ 1 ของเชียงใหม่และจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ และพื้นที่ที่มีไฟป่าเยอะก็เป็นเขตของพวกผมทั้งนั้น เพียงแต่ว่าพอเป็น ส.ส.แล้ว ไม่มีงบประมาณ ทำได้แค่ตรวจสอบรัฐบาลหรือเสนอแนะ ก็ต้องลงพื้นที่เพื่อให้ ส.ส.ทำงานได้ เพราะ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น”

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ขณะนี้เกิดการแข่งขันกันหลายกลุ่มทั้ง พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และกลุ่มทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายพิธากล่าวต่อว่า เป็นสีสันทางการเมือง การแข่งขัน ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ตนคิดว่ายังเร็วเกินไป หลังจากนี้ก็จะมีเรื่องนโยบายและไดนามิกทางการเมือง ช่วงนี้ตนขอสื่อสารให้คนมาเลือกตั้ง อบจ.ให้เยอะก่อน อยากให้รู้ว่าการเลือกตั้ง อบจ.มีศักดิ์มีศรีไม่แพ้ ส.ส.