หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา จี้...

ศิริกัญญา จี้ รบ.แจงให้ชัด ยืมเงินธกส.ทำดิจิทัลวอลเล็ต คืนเมื่อไหร่ หลังหนี้เก่ายังค้าง 8 แสนล้าน  

12.04.24 | 16:47 น.

‘ศิริกัญญา’ มอง รบ.ยืมเงินธกส.ทำดิจิทัลวอลเล็ต ควรแจงกรอบเวลาใช้หนี้คืนให้ชัด เหตุหนี้เก่ายังค้าง 8 แสนล้าน อัด อย่าคิดประหนึ่งใช้เงินรัฐวิสาหกิจเหมือนเงินตัวเอง ลั่น หากกฤษฎีกาปัดตก ทำงบไม่พอ 5 แสนล้าน โครงการเป็นหมันแน่

เมื่อวันที่ 12 เมษายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลจะยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่อาจสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ว่า มีเรื่องน่ากังวลสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรก กฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธกส. ระบุวัตถุประสงค์ของธกส. ไว้ชัดเจน แล้วตกลงว่าจะตีความได้อย่างไร ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ แม้ว่าตอนแถลงข่าว ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า กระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วและถูกต้องตามกฎหมาย และวันนี้นายกรัฐมนตรี ก็รับลูกในสิ่งที่ตนได้เสนอแนะไป ว่าควรส่งให้กฤษฎีกาตีความก่อน เพื่อความถูกต้องในการทำโครงการ เพราะหากเป็นคนทั่วไปตีความ ก็อาจจะทำให้โครงการไปต่อไม่ได้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า เรื่องที่สอง ความพร้อมของธกส. ที่ต้องเตรียมเงินเพื่อรองรับโครงการ แม้ทางรัฐบาลมีการยืนยันสภาพคล่องว่ามีเพียงพอ แต่อาจจะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลข ว่าตัวเลขสภาพคล่องอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ แล้วธกส. จะมีความสามารถนำเงินในสภาพคล่องนั้นมาใช้ได้หรือไม่ ในเมื่อรัฐบาลก็ได้หยิบยืมเงินธกส. ไปจำนวน 8 แสนล้านบาทแล้ว หากรวมก้อนใหม่ที่จะใช้ทำโครงการต่อ ก็จะทะลุ 1 ล้านล้านบาท ตนขอเรียกร้องแทนธกส. เจ้าของเงินฝากและเจ้าของสลากธกส. ทั่วประเทศ ว่าขอให้รัฐบาลเปิดเผยแผนการชำระหนี้ ว่าจะใช้หนี้ก้อนนี้อย่างไร จะใช้หมดภายในกี่ปี และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมีจำนวนเท่าไหร่ อย่าใช้เงินของรัฐวิสาหกิจ โดยคิดประหนึ่งว่าเป็นเงินของรัฐบาลเอง เพราะมีหลายภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือได้รับผลกระทบจากการที่ใช้เงินของธกส. เป็นจำนวนมาก และไม่ชำระหนี้คืนให้ตรงต่อเวลา

เมื่อถามว่า ประเมินคำตอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไว้อย่างไรบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คิดว่าทางกฤษฎีกาคงจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้ เพราะวานนี้ (11 เม.ย.) เรายังไม่ได้รับคำตอบ ว่าจะตีความอย่างไร ซึ่งกฤษฎีกาอาจจะเห็นด้วยกับรัฐบาลว่าสามารถใช้ได้ อาจจะตีความให้เข้ากับวัตถุประสงค์ได้ แต่อย่างน้อยก็อาจจะช่วยเพิ่มความชัดเจนให้กับประชาชน ว่าสรุปแล้วคุณตีความทางกฎหมายแบบไหน ถึงจะสามารถใช้เงินได้ แต่อีกทาง หากกฤษฎีกาตีความว่าใช้ไม่ได้ รัฐบาลจะได้เตรียมแหล่งเงินใหม่ เพราะหากมีเงินไม่เพียงพอ 5 แสนล้านบาท รับรองว่าทำโครงการนี้ต่อไม่ได้แน่ๆ