หน้าแรก การเมือง ปานปรีย์ รุดแ...

ปานปรีย์ รุดแม่สอด ตั้งคณะทำงานดูแลสถานการณ์พม่า ชี้ ไทยมีแผนเตรียมรองรับผู้หนีภัยสู้รบ

12.04.24 | 19:24 น.

ปานปรีย์ รุดแม่สอด ตั้งคณะทำงานดูแลสถานการณ์พม่า ชี้ ไทยมีแผนเตรียมรองรับผู้หนีภัยสู้รบ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปที่ อ.แม่สอด ทั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย- เมียนมา และพบปะกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

โดยคณะได้เดินทางไปที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด พบชาวเมียนมาเดินทางเข้ามาทำบัตรผ่านแดนเข้าไปที่ อ.แม่สอด จากนั้นจากนั้นเดินทางไปบนสะพาน ต่อมาคณะไปที่สะพานมิตรภาพไทย เมียนมา แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด และก่อนลงพื้นที่ทั้ง 2 แห่งไปฟังบรรยายสรุปที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนู อ.แม่สอด เพื่อทราบถึงสถานการณ์การด้านชายแดนแม่สอด

นายปานปรีย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมามาก เมื่อวันที่ 12 เมษายน ได้ตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมีสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขาธิการ เพื่อจะขับเคลื่อนเรื่องนี้มีชาวเมียนมาไปมาจำนวนมาก 2 มีจุดสำคัญ 2 แห่งคือ สะพานมิตรภาพไทย เมียนมา แห่งที่ 1 ซึ่งมีคนไปมามาก และสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ที่มีการขนส่งสินค้าค่อนข้างสูง ถ้าหากเมืองเมียวดีถูกยึดก็จะส่งผลกระทบต่อการค้าภาคธุรกิจ ซึ่งได้คุยกับภาคธุรกิจเป็นห่วงว่า ถนนถูกปิด ก็ต้องหาเส้นทางใหม่ รัฐบาลพร้อมที่จะดู เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยโดยตรง วันนี้ทางเราได้ส่งคนไปคุย รับทราบว่า มันน่าจะอยู่ในช่วงเจรจา ที่ท่าขนส่งสินค้าอีก จึงอยากให้มีความสงบเรียบร้อย

Advertisement

ในส่วนของปัญหาจากการสู้รบคือ คนไทยหรือผู้ประกอบการที่อยู่ชายแดน หรือ ท่าขนส่งสินค้าได้รับความเดือดร้อน ปัญหาการหนีภัยจากการสู้รบ ทางไทยมีแผนการเตรียมรองรับคนไว้แล้วประมาณ ส่วนกรณีที่ทหารเมียนมา หนีมาที่บริเวณด่านพรมแดนเมียนมานั้นที่มีข่าวว่าจะเข้ามาเขตไทยนั้น ยังไม่มีการติดต่อมา และประเด็นการส่งออก นำเข้าสินค้าตามแนวชายแดนนั้น ขณะนี้แย่ลงมากจากการสู้รบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปานปรีย์ ได้เดินไปดูในพื้นที่ด่านพรมแดน 2 ซึ่งมีจุดส่งสินค้า และช่องทางรถยนต์เข้าออก โดยขณะนี้ มีการเปิดด่านพรมแดน 2 ตามปกติ และตามที่มีรถยนต์ติดจำนวนมากบริเวณหน้าด่านนั้น ขณะนี้เป็นปกติแล้ว