หน้าแรก การเมือง ตรวจแถวบอดี้ก...

ตรวจแถวบอดี้การ์ด ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ในสถานการณ์’ขู่ฆ่า’

5.02.17 | 11:20 น.
แฟ้มภาพ

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีเมื่อพี่ใหญ่ ผู้อาวุโสของรัฐบาลอย่าง บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาเปิดเผยว่ามีคนขู่ฆ่าทางโซเชียลมีเดีย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด ไม่ว่าจะมีเจตนาพูดเพื่อหวังให้คนเห็นใจว่าการทำงานของตนนั้นมีความเสี่ยง หรือเป็นเรื่องจริงที่ผ่านการกลั่นกรองจากฝ่ายความมั่นคงแล้ว ทว่าเมื่อเบอร์ 2 ของรัฐบาลออกมาพูดแล้ว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สังคมจะตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของผู้บริหารรัฐบาล

ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษาของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีความเชี่ยวชาญงานด้านความมั่นคง กล่าวว่า ภัยคุกคามลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หลายประเทศก็มี เป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่จะชี้แจง หลังได้ประเมิน วิเคราะห์ แต่เบื้องต้นระบบรักษาความปลอดภัยจะยังเข้มข้นเช่นเดิม เพื่อทำให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาในการบริหารงาน ผู้นำรัฐบาลเองก็ไม่ได้รู้สึกกดดัน ทุกอย่างสงบเรียบร้อย พล.อ.ประวิตรต้องการให้ประชาชนรับทราบว่าการทำงานนั้นมีอุปสรรคบ้าง แต่ไม่ได้กระทบอะไรมากมาย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้ต้องไปดูมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่บุคคลสำคัญอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเช็กความพร้อมรักษาความปลอดภัย

ทีมรักษาความปลอดภัยของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเป็นทีมจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี หรือ “ทหารเสือราชินี” มี “ผู้การใหญ่” พ.อ.อมฤต บุญสุยา เป็นผู้การ ร.21 รอ.นี้ เป็นกรมทหารที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยเป็นผู้บังคับบัญชา

ทีมอารักขาแบ่งเป็น 2 ชุดปฏิบัติการ ชุดที่ 1 มี “ผู้กองมิค” พ.ต.นิชนุ เชื้อพรรณงาม และ “ผู้กองมายด์” ร.อ.สหภัทร คงเทียน ส่วนชุดที่ 2 มี “ผู้กองเจมส์” พ.ต.จักรพันธ์ ศรีศุภโชค โดยทั้ง 2 ชุดทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ สลับกันแบบวันเว้นวันบ้าง หลายวันบ้าง เมื่อ “นาย” มีงานใหญ่สำคัญก็จะรวมทีม ทำงานร่วมกัน

Advertisement

ทีม รปภ.นายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล คือ ทีมรักษาความปลอดภัยที่จะคอยติดตามนายกฯอยู่ตลอดเวลา หากนายกฯมีหมายงานภารกิจไปนอกสถานที่ จะประสานงานไปยัง ร.21 รอ. เพื่อส่งอีกหนึ่งทีมไปเตรียมการสถานที่ล่วงหน้าก่อนที่นายกฯจะเดินทางไปถึง ซึ่งในช่วงเริ่มต้นตั้งรัฐบาล ทีมอารักขาผู้นำจะประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจกันทุกเช้า ก่อนสรุปแผนงานให้ “บิ๊กอ้อ” พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทุกครั้ง

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไปทำงานนอกทำเนียบรัฐบาล เช่น ประชุมตามโรงแรมต่างๆ เปิดงาน พบปะประชาชน นอกจากทหาร ร.21 รอ.แล้ว ทีมรักษาความปลอดภัยยังประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ตำรวจท้องที่ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด คอยประสานงานกันอย่างเป็นระบบ ปฏิบัติหน้าที่อารักขาจะต้องเข้าประจำจุดก่อน 2 ชั่วโมง เพื่อหาข่าว ประมวลข่าว และตรวจสอบขั้นตอนพิธีการของผู้นำหรือบุคคลสำคัญที่ต้องอารักขา เพื่อดูอุปสรรคในการทำงานเรื่องการรักษาความปลอดภัย และบูรณาการการรักษาความปลอดภัยในสถานที่แต่ละแห่ง ซึ่งแตกต่างกันไป เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ต่างจังหวัด หน่วยอารักขาจะลงไปสำรวจพื้นที่ตามจุดต่างๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปอย่างน้อย 1 วัน พร้อมซักซ้อมเตรียมแผนงานกับตำรวจในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานไปได้ระยะหนึ่ง ทีมรักษาความปลอดภัยก็พบว่าควรจะมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้หญิงเข้ามาเสริมทีม เพราะเห็นว่าการลงพื้นที่แต่ละครั้งจะมีประชาชน แฟนคลับเข้ามาโอบกอดผู้นำ หากให้ผู้ชายปฏิบัติหน้าที่ก็เกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจ ดังนั้นทุกวันนี้จึงมีตำรวจหญิงเข้ามาอยู่ในทีมอารักขาด้วย

การทำงานของทีมอารักขา พล.อ.ประยุทธ์ถือว่ามีความเข้มข้นและเข้มงวดกว่านายกฯหลายคนที่ผ่านมา แม้แต่สื่อมวลชนก็ไม่สามารถเข้าถึงวงในได้ สังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นการยืนแถลงอย่างเป็นทางการ ไม่มีการยื่นไมโครโฟนจ่อไปที่ปากผู้นำ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้นำประเทศตามมาตรฐานสากล

ขณะที่มาตรการ รปภ.ของ พล.อ.ประวิตร ใช้มาตรฐานเดียวกับการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรี ตลอดจนผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นไปตามระเบียบและมาตรการปกติ โดยหากลงลึกในรายละเอียดขบวนรถคุ้มกัน แต่ละขบวนรถจะมีรถจักรยานยนต์นำขบวน 1 คัน คอยบีบแตรเพื่อขอเส้นทาง และตามมาด้วยรถบีเอ็มดับเบิลยูที่มีชุด รปภ. พร้อมอาวุธครบมือโดยติดฟิล์มดำกันกระสุน นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ โดยมีคนขับและคนซ้อน แต่งชุดเสื้อคลุมสีดำ (ชุดมดเอ็กซ์) พร้อมสวมหมวกนิรภัยเต็มใบ คอยขับรถประกบประตูข้างที่บุคคลสำคัญนั่งด้านซ้ายมือ หรือเรียกง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านว่า ชุดมือปืน

ซึ่งมือปืนดังกล่าวจะคอยรักษาความปลอดภัยให้เฉพาะนายกฯ รองนายก ผบ.เหล่าทัพเท่านั้น จากนั้นก็จะเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 7 ที่นั่งที่จะใช้ทั้งยี่ห้อฟอร์ด แลนด์โรเวอร์ หรือโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จำนวน 1-3 คัน ประกบปิดท้ายขบวน ซึ่งในที่นี้ ทีม รปภ.ของ พล.อ.ประวิตรก็เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตามปกติที่ระบุไปข้างต้น

เมื่อเวลาที่ พล.อ.ประวิตรจะมีภารกิจไปที่ใดก็จะมีการจัดกำลัง โดยแบ่งออกเป็น 1.ชุดล่วงหน้า ที่มีหน้าที่ไปดูแลความเรียบร้อย ตรวจเช็กกำหนดการ ดูสถานที่ พร้อมเคลียร์พื้นที่ก่อนที่คณะของ พล.อ.ประวิตรจะเดินทางมาถึง และ 2.ชุดติดตาม จะติดตามขบวนรถรองนายกฯ เพื่อดูแลความปลอดภัย เครื่องแบบของ รปภ.จะแต่งเป็นสูทสากลนิยม โดยที่ไม่ใส่เครื่องแบบทหาร

ทำนองเดียวกัน หาก พล.อ.ประวิตรมีภารกิจราชการไปต่างจังหวัด นอกจากจะมีชุดส่วนล่วงหน้าและชุดติดตามแล้ว จะใช้ทหารและตำรวจในพื้นที่นั้นๆ ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยไปในตัว ซึ่งก็เป็นระเบียบปฏิบัติโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ทีม รปภ.ของ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ใช้ทีม รปภ.จากทหารเสือราชินี ร.21 รอ. แบบเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ใช้ทหารที่มาจากหลายๆ หน่วย โดยมีหัวหน้าชุดมาจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.)

ภายหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับคนที่ขู่ลอบสังหารต่อไป โดยทาง พล.อ.ประวิตรมิได้กำชับมาตรการ รปภ.อะไรเป็นพิเศษ ให้ปฏิบัติไปตามหลักการที่มีอยู่ แต่จะเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุอะไรเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน