‘นายกฯ’ จ่อคุยพรรคร่วมหลังสงกรานต์ จับตาส่งสัญญาณปรับครม. ลั่น ยึดปชช. เป็นที่ตั้ง ชี้ ต้องวางคนให้สภาแข็งแกร่ง

14.04.24 | 18:53 น.

‘นายกฯ’ จ่อคุยพรรคร่วมหลังสงกรานต์ จับตาส่งสัญญาณปรับครม. ลั่น ยึดปชช. เป็นที่ตั้ง ชี้ ต้องวางคนให้สภาแข็งแกร่ง แย้มออกได้ก็เข้าใหม่ได้

เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นายกฯระบุว่าวันนี้ยังไม่ปรับ แต่คนสนใจหากจะมีการปรับจริง จะปรึกษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ว่า ในความเห็นของพี่น้องประชาชนหลายล้านคน ในประวัติศาสตร์ เห็นว่านายทักษิณ เป็นนายกฯที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ เรื่องการปรับ
ครม.ได้แถลงไปแล้ว หากจะมีการปรับต้องมีการพูดคุยกับหลายภาคส่วน โดยต้องมีการพูดคุยกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วย

เมื่อถามว่าหลังสงกรานต์พูดคุยกับพรรคร่วมเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “แน่นอนครับ”

เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นการพูดคุยในลักษณะส่งสัญญาณหากพรรคไหนต้องการจะปรับสามารถแจ้งได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หากจะปรับก็ต้องมีการพูดคุย เป็นการทำงานที่ให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯจะควบตำแหน่งรมว.กลาโหม นายเศรษฐา กล่าวว่า ทุกออฟชั่นมีความเป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เอาการทำงานของคนให้ถูกฝาถูกตัวเป็นที่ตั้ง ตรงนี้มีความเป็นไปได้หมด

Advertisement

เมื่อถามว่านอกจากการปรับโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ยังมีปัจจัยอะไรอีกที่จะทำให้นายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรมว.กลาโหม นายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากเจาะจงกระทรวงไหน เป็นการพูดในหลักการคร่าวๆมากกว่า หากจะไปทำงานหรือมีการโยกย้ายไม่ใช่เฉพาะตนเองคนเดียว รัฐมนตรีท่านอื่นก็ต้องดูให้ถูกคน เราก็รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเอง แม้แต่สื่อมวลชนเอง บอกว่าบางคนทำงานยังไม่ถูกยังไม่ดีพอ อ่อนในหลายด้านรวมถึงการสื่อสาร ด้านการประสานงาน ทุกข้อคิดเห็นตนนำมาพิจารณาหมด หากจะมีการปรับคณะดนตรี

เมื่อถามว่านายกฯคือผู้มีอำนาจจรดประกาศเซ็น การปรับครั้งนี้จะเป็นการปรับใหญ่เลยหรือไม่ เพื่อจะขับเคลื่อนงบประมาณไปยาวๆ นายกฯกล่าว อย่างที่บอกว่าตนไม่อยากจะเจาะจง ว่าปรับใหญ่ปรับเล็ก หรือปรับใครไม่ปรับใครบ้าง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยและผลงานของแต่ละคนด้วย

เมื่อถามว่าการปรับรอบนี้จะถูกฝาถูกตัวใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า การปรับเปลี่ยนอะไรต้องค่อยเป็นค่อยไป พรุ่งนี้มะรืนนี้ไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับ หากจะมีการปรับต้องมีความชัดเจนว่ามีความเหมาะสม ถูกต้องถูกเวลา แต่อาจจะต้องมีหลายท่านอาจจะยังต้องพิสูจน์ตัวเอง ยังต้องการเวลาในการทำงานอยู่ เพื่อให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และคิดว่าหากจะมีการปรับก็คงปรับเรื่อยๆ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่าปรับครม.ครั้งนี้จะไม่มีแรงกระเพื่อมที่ต้องตามแก้ภายหลังใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ ไม่มั่นใจครับ ถ้าบอกว่าทุกอย่างไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความกระเพื่อม มีความไม่สบายใจก็ต้องทำไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับนะ ”

เมื่อถามว่าแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยค่อนข้างเยอะการปรับครั้งนี้จะทำให้แรงกระเพื่อมในพรรคลดลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่แน่ใจครับ ผมไม่ทราบเหมือนกัน ผมเอาปัญหาพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง และเอาการทำงานเป็นที่ตั้ง ผมเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจ ปรับออกไปแล้วก็ปรับเข้ามาใหม่ได้ มันแล้วแต่วาระของเหตุการณ์ในปัจจุบัน อย่างเหตุการณ์ปัจจุบันอาจต้องการบางบุคคลเข้าไปช่วยงานในสภา พอสภาแข็งแกร่งท่านอาจจะกลับเข้ามาใหม่ก็ได้ มันไม่ใช่เป็นอะไร ที่จบแล้วจบเลย มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ในอดีตทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่า การปรับครม.ก็มีการปรับเข้า ปรับออก เปลี่ยนกระทรวงไปแล้วกลับไปกระทรวงเดิมก็ยังเป็นไปได้ ตรงนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยครับ ถ้ามันเกิดขึ้นเดี๋ยวค่อยมาว่ากันดีกว่า”

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคนถือว่ามีโปรไฟล์สูง ทำงานมา 7 เดือนแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาปรับถ้าทำงานไม่เข้าเป้าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเรื่องเรื่องปรับครม.พูดไปเยอะแล้ว ได้ปรับความจริงไม่ได้ปรับภายในวันหรือสองวันนี้ ถ้าพูดไปเรื่อยก็แรงกับเพื่อมไปเรื่อย จุดประสงค์ใหญ่ถ้ามีการปรับครม.ก็ปรับให้ถูกฝาถูกหน้าที่ ไม่ใช่แค่ดูที่รัฐบาลอย่างเดียวต้องดูที่ระบบรัฐสภาด้วย ว่ามีความแข็งแกร่งขนาดไหน ต้องการคนช่วยเหลือตรงไหนบ้าง แน่นอนว่าเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง 7 เดือนที่แล้วกับวันนี้สถานการณ์ต่างกัน บางอย่างเรายังทำไม่ดีพอ บางอย่างเราคิดว่าทำได้ดีแล้ว ก็ต้องมาพิจารณาทั้งหมดโดยรวม

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯบอกว่า 314 เสียง แข็งแกร่งแล้ว แต่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ยังไปพูดคุยกับนายทักษิณ จึงมีคำถามกลับมาว่ามีโอกาสหรือไม่ที่พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า นายทักษิณ เป็นผู้ที่มีความอาวุโสทางด้านการเมืองสูง มีเพื่อนฝูงในวงการเยอะการที่จะไปทานข้าว พูดคุยกับใคร เชื่อว่าจุดมุ่งหมายคือประชาชนเป็นหลักฉะนั้นการจะไปกินข้าวกับใคร สามารถตีความได้หลายอย่าง หากถามโดยส่วนตัวของตนไม่เคยพูดคุยกับใคร แม้แต่ไปเจอกับนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสส.นครศรีธรรมราช ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ไม่ได้มีการพูดคุยกัน ที่ นายชัยชนะมาวันนั้นก็มาในฐานะเจ้าของพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป ไม่ได้มีการพูดถึงว่าจะมาเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัวที่หัวหิน นายเศรษฐาได้เดินเล่นริมชายหาดกับบุตรสาว นางสาวชนัญดา ทวีสิน โดยประชาชนที่พบเห็นได้เข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพ และมีการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ