หน้าแรก การเมือง เศรษฐา พร้อมป...

เศรษฐา พร้อมปรับจูน ส.ส. เพื่อไทย แจงคุมเข้มงบฯ ยันต้องบริหารภาษีประชาชนให้คุ้มค่า

15.04.24 | 10:51 น.

นายกฯ ชี้ต้องหลังพิงประชาชน เพราะเป็นคนส่งให้มายืนอยู่ตรงนี้ รับต้องปรับจูนทำความเข้าใจ ส.ส. เพื่อไทย หลังมีเสียงสะท้อนยังมีระยะห่าง ลั่นไม่น้อยใจ ไม่โกรธ ไม่งอน แจงต้องเข้มเรื่องงบ เหตุมีจำกัด ดูแลภาษีประชาชนให้คุ้มค่า

เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ยังมีเสียงสะท้อนจากภายในพรรคว่าระหว่างนายกฯ กับ ส.ส.ยังมีระยะห่างกันมาก ส่วนหนึ่งมาจากการเข้มงวดเรื่องงบประมาณ ว่า หลายโครงการที่ขอมาก็มีได้ อย่างที่บอกงบประมาณมีจำกัด และตนเองในฐานะนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ดูแลภาษีของประชาชน และมีหน้าที่ตอบกับรัฐสภาว่าภาษีนั้นมีการใช้อย่างเหมาะสมหรือไม่ เช่น การสร้างสนามบิน ด่านชายแดนต่างๆ ต้องดูให้ดี เพราะมีการพูดคุยและดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง จึงอยากค่อยๆ ทำ ค่อยเป็นค่อยไป ขอให้ถึงเวลาก่อน

นายเศรษฐากล่าวว่า ซึ่งหน้าที่ของตนก็ต้องปรับจูนระหว่างตนเองกับ ส.ส.ของพรรคตลอดเวลา เพราะตนเองต้องหลังพิงประชาชน เพราะเป็นคนที่ส่งให้ตนเองมายืนอยู่ตรงนี้ และต้องผ่าน ส.ส. ที่มีถึง 141 คน อย่างไรก็ต้องโน้มน้าวเข้าหาตลอดเวลา และพยายามอธิบายให้เข้าใจว่าเรื่องคืออะไร ประเด็นคืออะไร เหตุผลที่ให้ได้และให้ไม่ได้ หรือทำไมต้องได้งบประมาณน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น

นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องของการพูดคุยเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ได้น้อยใจ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน ยังต้องพยายามไปพบปะพูดคุย หาวิธีสื่อสารให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น และไม่ใช่แค่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยอย่างเดียว เพราะตนเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน ซึ่งในสัปดาห์หน้าตนจะลงพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตไปดูการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4

Advertisement

ส่วนเรื่องการบริหารอารมณ์นั้น นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าคนเราก็เป็นคน ก็มีอารมณ์บ้าง และตนเองไม่ได้เป็นนักการเมืองอาชีพ ซึ่งตนเองเข้าใจว่าถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีต้องไม่มีสิทธิเลือกโกรธ ต้องพยายามรับฟัง ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้ดี ซึ่งตรงนี้ก็พยายามทำให้ดียิ่งขึ้นอยู่ บางเรื่องก็เข้าใจได้ ก็พยายามฝึกกันต่อไป

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เป็นนักธุรกิจแล้วใจร้อนมาก แต่เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ใจเย็นขึ้นเยอะจนเพื่อนบ่น นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ หรือให้สื่อมวลชนเป็นคนสะท้อนว่ามีการพัฒนาอย่างไร ถ้าถามว่าทำได้ดีพอหรือยัง ต้องตอบว่ายังไม่ดี ต้องพยายามกันต่อไป เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะแล้วก็ต้องรับฟังทุกๆ คำถาม