เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ปชป. แถลงถึงกรณีที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอให้ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายเปิดโอกาสให้กับผู้ให้สินบนสารภาพและจ่ายค่าปรับแทนการลงโทษแบบเดิมว่า ตนไม่เห็นด้วยและเสียงของสังคมก็ไม่เห็นด้วย จึงอยากให้มีการทบทวนในเรื่องดังกล่าว ที่ผ่านมาทางพรรค ปชป.ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ แต่ขณะนี้มีความผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก่อนหน้านี้มีปัญหาเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างหลายมาตราเอื้อทุจริต เพราะมีการยกเว้นให้กับรัฐวิสาหกิจทั้งที่เป็นแหล่งที่มีงบประมาณและมีการแสวงหาประโยชน์มากที่สุด กระทั่งเกิดกรณีรับสินบนข้ามชาติ จึงขอเรียกร้องให้ทบทวนเพื่อให้รัฐวิสาหกิจมีหลักเกณฑ์ในการจัดซื้อจัดจ้างที่ชัดเจน โดยเสนอกฎหมายเฉพาะมาอีกหนึ่งฉบับแทนที่จะเปิดช่องให้แต่ละรัฐวิสาหกิจไปออกระเบียบกันเอง
นายราเมศกล่าวอีกว่า รัฐบาลขายฝันว่าเอาจริงกับการปราบทุจริต ก็อยากให้ทำเห็นสักราย โดยเฉพาะกรณีที่มี สนช.สองคนพัวพันกับการทุจริตแต่กลับยังคงทำหน้าที่ปกติ จึงมีข้อสงสัยว่ามีการปิดตาข้างหนึ่งหรือไม่ นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังเสนอให้ลดโทษคนให้สินบน โดยอ้างต่างประเทศไม่อยากให้เกิดความสับสนโดยเห็นว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่นั้นดีอยู่แล้ว หากทำตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังจะมีผลกระทบต่อฐานความผิดอีกหลายฐานความผิด ที่สำคัญจะกระทบกับฐานความผิดต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และหากเดินตามแนวนี้จะส่งเสริมให้เกิดการทุจริตอย่างใหญ่หลวง เพราะแค่รับสารภาพและเสียค่าปรับเท่านั้น จะเป็นมูลเหตุจูงใจทำให้คนกล้าให้สินบนมากขึ้น จึงอยากให้ คสช.และรัฐบาลรับฟังคำท้วงติงจากทุกภาคส่วน ถ้าเดินตามนี้ถือว่าเป็นการเดินผิดทาง

