‘ไก่อู’แจง โครงการรถไฟไทย-จีนใช้กฎหมายปกติ ปูดมีกลุ่มจ้องบิดเบือนอ้างรัฐ ใช้ม.44

5.02.17 | 15:11 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลแสดงความเห็นอ้างว่านายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเว้นใบอนุญาตนิติบุคคลให้กับบริษัทของจีนที่ออกแบบโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ส่งผลให้ฝ่ายจีนสามารถออกแบบได้เลยนั้นว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีการใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากโครงการรถไฟไทย-จีน ใช้กฎหมายปกติดำเนินการ โดยฝ่ายจีนยังคงต้องขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิศวกร พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.สถาปนิก พ.ศ.2543 และเนื่องจากเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ยังไม่เคยมีในประเทศไทย


ดังนั้น ในขั้นตอนการออกแบบจึงต้องใช้วิศวกรจีนดำเนินการ โดยมีคณะทำงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมกำหนดรายละเอียดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ฝ่ายไทยยังได้ส่งแบบสถาปัตยกรรมสถานีที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรได้เคยศึกษาในโครงการรถไฟความเร็วสูง กทม.-นครราชสีมา ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกไทย ให้แก่ทางจีนเป็นต้นแบบด้วย

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า วงเงินค่าออกแบบโครงการรถไฟไทย-จีน เบื้องต้นเป็นจำนวน 1,779.97 ล้านบาท ไม่ใช่ 10,000 ล้านบาท ตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการออกแบบเพื่อก่อสร้างนั้น ผู้ที่รับรองการออกแบบของฝ่ายจีนจะต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกรและสภาสถาปนิกไทย ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่สภาวิชาชีพทั้งสองกำหนดไว้ ดังนั้น ความเห็นของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเรื่องการใช้มาตรา 44 ทำลายโอกาสการสร้างงานให้กับคนไทย และความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากออกแบบโดยบริษัทจีน จึงเป็นการกล่าวอ้างที่บิดเบือนเกินความจริง

“นายกฯติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้มาโดยตลอด และกำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ของฝ่ายไทยมากที่สุด และสอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล รวมถึงเน้นย้ำไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ส่วนการใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น นายกฯจะใช้เฉพาะกับเรื่องที่จำเป็น เช่น เร่งรัดคดีทุจริตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือเรื่องที่มีความซับซ้อนในด้านกฎหมาย หากล่าช้าจะเกิดความเสียหาย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการรถไฟไทย-จีน เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูงและมีรายละเอียดด้านเทคนิคค่อนข้างมาก จึงต้องทำงานอย่างรอบคอบและคำนึงถึงความคุ้มค่าให้มากที่สุด ซึ่งอาจใช้เวลาอยู่บ้าง สำหรับเรื่องร่างสัญญาความร่วมมือไทย-จีนนั้น อยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน เช่น บุคลากรจีนที่จะเข้ามาทำงานในไทยต้องยึดกฎหมายไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ทางการรถไฟฯยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้ได้ตามแผนที่วางไว้ เช่น การตอกเสาเข็มเริ่มโครงการภายใน 2-3 เดือนหน้านี้

Advertisement