09.00 INDEX สุญญากาศ จาก ส.ว. หมดวาระ การแย่งชิง ประโยชน์ ก็เผยแสดง
บรรยากาศในการเลือก 200 สมาชิกวุฒิสภา ”ใหม่” สะท้อนภาพ 2 ภาพในทางการเมืองให้เห็นอย่างเด่นชัด
ด้านหนึ่ง เห็นความคึกคักผ่าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ไม่ว่าจะเชิญชวนให้คนอายุ 40 ปีขึ้นและมีความพร้อมอย่างเพียงพอจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศกำเงิน 2,500 บาทลงสมัครเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง
ทั้งที่มีความมุ่งหมายจะเสนอตัวเอง ทั้งที่มีความมุ่งหมายจะไปเสริมส่งให้เกิดมิติใหม่ให้กับการเมือง
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง สังคมก็เห็นการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาซึ่งกำลังจะหมดวาระ ไม่ว่าจะเป็น นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ
เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะอันสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับความคึกคักอันปรากฏผ่านภาคประชาชนและโดยเฉพาะ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั่นก็คือความเป็นห่วงกังวล
ห่วงกังวลว่ากระบวนการเลือกของ 200 สมาชิกวุฒิสภาใหม่ จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะก่อให้เกิดการฮั้วเพื่อเบี่ยงเบนเป้าประสงค์ในการเลือกหรือไม่ อย่างไร
จุดหมายก็คือ ต้องการให้ ”ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัย
เหมือนกับการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะมาจาก นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะมาจาก นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ จะเป็นความห่วงใยต้องการให้รอบคอบรัดกุม
แต่ภายในความห่วงใย ภายในความรอบคอบรัดกุมนั้นอาจมีส่วนทำให้กระบวนการ ”เลือก” ต้องชะงักลง
ทั้งยังเป็นอาการชะงักที่อาจก่อให้เกิดมติใหม่ทางการเมือง
นั่นก็คือ เมื่อการเลือก 200 สมาชิกวุฒิสภา ”ใหม่” ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ก็จะนำไปสู่การดำรงอยู่ของ 250 สมาชิกวุฒิสภา ”เก่า” ในลักษณะ ”รักษาการ”
เป็นการ ”รักษาการ” โดยที่บทบาทและอำนาจของ 250 สมาชิกวุฒิสภายังดำรงคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
โดยเฉพาะบทบาทในการกำหนดทิศทางในทางการเมือง
นี่จึงเท่ากับสะท้อนให้เห็นการต่อสู้ในทางการเมืองที่ปรากฏขึ้นสร้างความแหลมคมและร้อนแรงให้เพิ่มทวีขึ้น
ต้องยอมรับว่าการจะหมดวาระของ 250 สมาชิกวุฒิสภา ”เก่า” ในวันที่ 11 พฤษภาคม ดำรงอยู่ในสถานะอันเป็น ”เส้นแบ่ง”
ภายใต้ ”สุญญากาศ” ย่อมมีคนต้องการเข้า ”ช่วงชิง”
คล้ายกับฝ่ายที่ต้องการจะมาจากภาคประชาธิปไตยอันมีไอ-ลอว์ และคณะก้าวหน้า แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีหลายพรรคการเมืองที่ต้องการไปยึดครอง ”ผลประโยชน์” จากโอกาสนี้ด้วย
เพียงแต่ภายในการเปลี่ยนแปลงนี้ผู้ที่เคยยึดครองอย่าง 250 สมาชิกวุฒิสภา ”เก่า” ก็ไม่ยอมวางมือทิ้งไปอย่างง่ายดายเท่านั้น
การใช้ ”องค์กรอิสระ” เป็น ”เครื่องมือ” จึงปรากฏขึ้น

