ชาวสงขลาสนใจเตรียมลงสมัคร ส.ว.ทั้ง 20 สาขาอาชีพเพียบ อดีต ส.ว.นำทีมให้ความรู้ข้อแนะนำ ในการเลือก ส.ว.ครั้งนี้ แนะให้ กกต.ซ้อมเลือกในรูปแบบใหม่ ป้องกันมีปัญหาในช่วงของการเลือกจริง
รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 20 เมษายนนี้ว่า บรรยากาศของความสนใจในการสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หลังจาก ส.ว. 250 คน จากการแต่งตั้งของ คสช.ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 จะครบวาระห้าปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 หลังจากนั้นจะมีการเลือก ส.ว. ชุดใหม่ จำนวน 200 คน
โดยที่มาของ ส.ว.ชุดใหม่ มาจากการเลือกกันเองของผู้สมัคร ส.ว. จำนวน 20 กลุ่มอาชีพ โดยจะมีการคัดเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นการเลือกรูปแบบใหม่ ที่ผู้ที่จะมีสิทธิ์ในการเลือก ส.ว.ต้องเป็นผู้สมัคร ที่จะเลือกกันเองจาก 20 กลุ่มอาชีพ โดยมีค่าสมัครคนละ 2,500 บาท
ล่าสุด ในจังหวัดสงขลา มีความตื่นตัวของบุคคลจากทั้ง 20 สาขาอาชีพ ที่ให้ความสนใจ ศึกษาเรียนรู้การเลือก ส.ว.รูปแบบใหม่ แบบเลือกกันเองกันอย่างแพร่หลาย โดยแต่ละคนก็มีการค้นคว้า สอบถามข้อมูลจาก กกต. รวมถึงมีผู้ที่มีข้อมูลและศึกษาล่วงหน้า มาก่อนหน้านี้
นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีต ส.ว.ซึ่งยืนยันที่จะสมัคร ส.ว.ในครั้งนี้ ในจังหวัดสงขลา และได้มีการเปิดเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่องของการเลือก ส.ว.2567 ในกลุ่มผู้สนใจ เล็กๆ ซึ่งพบว่า มีผู้สนใจจากทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ สอบถามข้อมูล รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในเรื่องคุณสมบัติ ในเรื่องของข้อห้าม และสอบถามถึงปัญหาในการเลือก ส.ว.ครั้งนี้ รวมถึงความเสี่ยงต่อการร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังผ่านพ้นการเลือกไปแล้ว เพื่อให้ไม่มีปัญหา หากผ่านพ้นการเลือก ส.ว.ไปแล้ว รวมถึงบทบาทหน้าที่ ซึ่งพบว่า ในจังหวัดสงขลานั้นมีผู้สนใจจำนวนมาก
นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีต ส.ว.กล่าวว่า การเลือก ส.ว.ในรูปแบบใหม่ครั้งนี้นั้น ทำให้เชื่อว่าการเลือกรูปแบบนี้จะป้องกันการทุจริตได้ระดับหนึ่ง รวมถึงไม่ข้องเกี่ยวกับพรรคการเมือง และมองว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังการเลือก ส.ว.แล้วเสร็จ
ส่วนในประเด็นเรื่องร้องเรียนหลังการเลือกนั้น มองว่าเป็นไปได้ในการร้องเรียน มีเหตุหลายอย่าง เท่าที่ทราบขณะนี้ก็มีคนร้องผู้ตรวจการแผ่นดินว่าการเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน แต่ถ้าอ่านกฎหมายในหลักการเหตุผล เขียนว่า พรบ.ฉบับนี้เป็นการลดสิทธิ์ของปรานจำนวนหนึ่งที่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ เป็นการลิดรอนสิทธิ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ลิดรอนสิทธิเพื่อประโยชน์คนใดคนหนึ่ง
การเลือกรูปแบบใหม่ ทำให้ตนเองศึกษาเรียนรู้และตัดสินใจลงสมัคร ซึ่งมองว่าการเลือก ส.ว.ครั้งครั้งนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องบทบาท การทำงาน ส.ว.2567 นั้น ไม่มีตัวแทนพื้นที่ แต่เป็นสายอาชีพ กรรมาธิการจะเปลี่ยนไปเป็นตามสาขาอาชีพ และจะถกคุยกันในประเด็นใหญ่ๆ จะมาพิจารณาเรื่องใหญ่ๆ ในแต่ละกลุ่มอาชีพมากขึ้น ทั้งกลุ่มอาชีพประมง เกษตร การศึกษา ผู้พิการ เป็นเรื่องใหม่ เป็นการเมืองในระบบปฏิรูปทั้งระบบ แม้อาจจะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาที่ผ่านการกลั่นกรองจากกรรมาธิการแต่ละสาขาอาชีพ แต่ถือเป็นการวางพื้นฐานเอาไว้และพัฒนาได้ดีกว่า ส.ว.ไม่มีหน้าที่เปลี่ยนแปลงแก้ไข แต่สามารถเสนอกับสังคมได้ หน่วยเกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังไม่ทำอะไรก็มีสิทธิตั้งกระทู้ถามได้อีก มีกระบวนการในการนำเสนอได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการเลือกในรูปแบบใหม่ จึงอยากเสนอให้ กกต. พิจารณาให้ดี ในข้อบกพร่องบางประการ เรื่องหมายเลข เรื่องรายชื่อผู้สมัคร รวมถึงยังมีเวลาที่อาจจะมีการทดลอง หรือซ้อมการเลือก ส.ว.เสมือนจริงในรูปแบบใหม่ ทั้งระดับอำเภอไปจนถึงระดับประเทศ
โดยอาจจะหานักศึกษาประชาชนประมาณ 2-3 พันคน มาทดลองเลือกในรูปแบบที่เป็นจริงว่ามีอุปสรรคปัญหาตรงไหนบ้าง อย่างเช่น ในคูหาเลือกตั้ง เขียนชื่อกลุ่มให้ชัด เขียนชื่อคนและหมายเลขให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเลือกได้ชัดเจนเป็นไปตามความประสงค์ แต่ถ้าจำชื่อไม่ได้หมายเลขไม่ตรง อาจจะมีปัญหาแล้วการร้องเรียนก็จะเกิดขึ้น จึงอยากให้มีการซ้อมเลือก ส.ว.เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น




