ส่องกระแสปรับครม.
วัดผลงานรัฐบาล7เดือน
หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังไม่พอใจผลงานรัฐบาลในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา อาทิ ราคาพืชผลการเกษตร การท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกของด่านตรวจคนเข้าเมือง การแก้ปัญหากรมศุลกากรเก็บภาษีได้น้อย-วิ่งเต้นตำแหน่ง และนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ล่าช้าจากแผนเดิม
ดร.ศิวพล ชมภูพันธุ์
ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
เรื่องอื่นๆ ที่กล่าวมานั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ความคาดหวังของประชาชนตอนนี้ที่นายกรัฐมนตรีได้สัญญาไว้คือเรื่องของเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็เลยทำให้รู้สึกว่าหลายคนมีความคาดหวังว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดมันจะปรากฏหรือไม่
แต่ในส่วนเรื่องอื่นๆ อาจจะเป็นประเด็นหลอกๆ ไม่ได้อยู่ในการรับรู้ของประชาชนทั่วไป เพราะรัฐบาลโดยส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเราจับมาจัดกลุ่มทั้งหมดก็ไม่พ้นในเรื่องปากท้อง ถูกไหม เลยอาจนำไปสู่ความไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วเราจะเปลี่ยนโผ ครม. พอดีว่าในตอนนี้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับมา และทำให้ก่อนเทศกาลสงกรานต์มีการโยนหินถามทางว่าถ้าในวันนี้การเปลี่ยนตัว ครม. การเพิ่มคน การยกเข้า ยกออก จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง หรือมันอาจจะเป็นการวัดศรัทธาในรัฐบาล วัดศรัทธาในประชาชนหรือไม่ ในเรื่องความไม่พอใจตอนนี้
ทั้งนี้ ผมมองว่าภาพรวมคะแนนของนายกฯเศรษฐา ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นคนตัดสินเองได้ แต่ในสายตาประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่สายแฟนคลับ โดยดั้งเดิม ผมมองว่าเขามีสายตาที่เขายังไม่โอเคเท่าไหร่ และอีกหลายๆ อย่างยังไม่มีความชัดเจน ผมไม่ได้บอกว่า รัฐบาลนี้ทำงานไม่ดี แต่การที่ยังไม่มีความชัดเจน อย่างนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่พูดกันบ่อยๆ จึงทำให้เกิดคำถามจากภาคส่วนรวมไปถึงฝ่ายวิชาการว่ารัฐบาลเข้าใจคำนี้หรือเปล่า เพราะโดยความหมายดั้งเดิมซอฟต์พาวเวอร์ที่ใช้กันเยอะแยะ เป็นคำที่ถูกใช้ขึ้นมาในแวดวงวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในการที่คุณต้องมีอำนาจที่ดึงดูดความสนใจให้มีความโน้มกับอะไรบางอย่างที่ดึงดูดคนเข้ามา โดยที่เราอาจจะอยู่เฉยๆ ก็ได้แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาพยายามพูดในทุกภาคส่วนว่าซอฟต์พาวเวอร์คืออะไร ความไม่แน่ใจของประชาชนก็อาจจะเริ่มเกิดขึ้น รวมไปถึงเงินดิจิทัล 10,000 บาท หลายคนมีความหวังว่าจะได้ แต่ใครจะได้ ได้เมื่อไหร่ ได้อย่างไร และจะมีหรือไม่ จึงทำให้เกิดความคาดหวัง ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ยังมาเป็นปกติ อย่างเรื่องไฟป่าก็ดี เรื่องเกี่ยวกับสินค้าราคาแพงก็ดี เรื่องน้ำมัน เราก็ควบคุมอะไรไม่ได้อยู่แล้วเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างประเทศ
ผมก็ยังคงให้เครดิตนายกฯในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารอย่างเป็นทางการ แต่ในทางการเมืองที่มันต้องอ่านระหว่างบรรทัด บางอย่างผมก็คิดว่ามันอาจตีความได้ การที่คุณทักษิณกลับมา และเพิ่งออกจากโรงพยาบาล สามารถเดินทางไปเชียงใหม่ได้ 2 รอบ รวมไปถึงการปรากฏตัวของเหล่าคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้ส่อนัยยะบางประการว่าเป็นผู้มีบารมีตัวจริงในพรรค อย่างไรก็ตาม เขาคืออดีตนายกฯ ทำให้ความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มันชัดเจน ทำให้คนจำนวนหนึ่งไปเคารพ รดน้ำดำหัว แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจจะสะท้อนให้เห็นว่า วันนี้เขาอาจกลับมามีบทบาทในการชี้เป็นชี้ตายหรือไม่ อันนี้ผมก็ยังไม่ฟันธง แต่สุดท้ายแล้วคนที่จะให้คุณ ให้โทษ หรือตำแหน่งได้ ก็คงไม่พ้นนายเศรษฐา เพราะคือคนที่มีอำนาจสูงสุด ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารของประเทศ
ทั้งนี้ นายเศรษฐาจะเอาใคร จะโยกใคร ผมเชื่อว่าสื่อทุกสื่อออกโผให้เรียบร้อย แล้วพอดีกับที่สื่อมวลชนก็ได้ไปสัมภาษณ์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และนายสุทิน คลังแสง ที่ตกเป็นเป้าสำคัญว่าอาจจะหลุดโผ ไม่ได้มีการปรับเก้าอี้ ทั้งสองท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีอะไรอย่างที่เห็นตามข่าว ถ้าถามว่ากระแสการปรับมีหรือไม่ ผมว่าอย่างไรก็มีแน่นอน หากถามว่าคุณทักษิณมีผลไหม ซึ่งผมเองยังให้เครดิตนายกฯอยู่นะ แต่ถ้าอ่านระหว่างบรรทัด อย่างไรก็มี
หากมองในแง่ความคาดหวังว่านายกฯจะปรับเก้าอี้ ครม.เพื่อหวังตอบโจทย์บ้านเมือง ผมมองว่าในเรื่องบ้านเมืองก็ส่วนหนึ่ง แต่ในทางวิชาที่ผมร่ำเรียนมา การเปลี่ยน ครม.ส่วนใหญ่นั้นคนที่รันบ้านเมืองไม่เพียงแค่คณะรัฐมนตรี แต่คือระบบราชการอยู่แล้ว เพียงแต่การที่คุณสามารถเขย่า ครม.มันอาจจะพูดถึงเรื่องการจัดสรรทรัพยากรทางอำนาจที่ชัดเจนก็ได้ หรือคนที่ทำงานด้วยอาจจะไม่ตอบโจทย์ หรืออาจไม่ทำงานตามเป้าประสงค์ หรือบางอย่างเป็นการขยับเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งสะดวกขึ้นก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ที่ผมดูจากโผก็อาจจะมี 4 คนที่อาจจะหลุด ซึ่ง 2 คนที่เป็นข่าวอย่างแพร่สะพัดก็คือนายสุทินและ นพ.ชลน่าน นอกจากนี้ ก็อาจจะมีนายกฤษฎา
จีนะวิจารณะ และนายไชยา พรหมา ที่ตอนนี้กำลัง
เป็นข่าว
หากมีการนำคนที่เป็นทีมเดิมๆ ที่คุ้นเคยอย่างเช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นมือกฎหมายอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ก็มีบทบาทในเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต ถ้าเอาเข้ามาอยู่ตรงนี้จริงๆ ก็อาจจะเป็นประโยชน์กับนายกฯเองก็ได้ คิดว่าตรงนี้มันอาจเป็นการจัดสรรทรัพยากรบางอย่าง เพื่อทำให้ประโยชน์มันเกิดขึ้นสำหรับในหมู่ของผู้บริหารโดยตรง ซึ่งประเทศมันไปได้ของมันอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้จริงๆ ผมคิดว่ารัฐบาลอาจจะต้องพิจารณาก่อนว่าจังหวะการเปลี่ยนตรงนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่การเปลี่ยนในบริบทที่คนเริ่มโผล่เข้ามาในสมการความสัมพันธ์เยอะขึ้น แล้วบังเอิญว่าคนคนนั้นเป็นคนสำคัญในการเมืองไทยอย่างอดีตนายกฯทักษิณ มันเลยทำให้ไม่อาจจะเลี่ยงคำวิจารณ์ หรือข้อครหาจากหลายคนได้ ผมคงไม่สามารถไปแนะนำท่านนายกฯได้ เพียงแต่ว่าตั้งข้อสังเกตได้ว่าการเปลี่ยนโผ ครม.ในรอบนี้ถ้ามองในบริบทมันเหมาะเจาะกันเกินไป และถ้าหากเกิดขึ้นจริงๆ ก็อาจจะส่งผลที่ไม่เป็นเชิงบวก แต่อาจจะไม่ถึงกับเป็นเชิงลบเสียทีเดียว เพราะผมเชื่อว่าคนเชียร์รัฐบาลก็ยังมีเยอะอยู่

