‘รมว.สธ.’ ระบุลงพื้นที่แม่สอดวานนี้ เป็นการดูแลความพร้อมทางการแพทย์ แจงไม่มีการประกาศ ‘แผนภาวะฉุกเฉินระดับ 5’ ชี้สื่อเข้าใจคลาดเคลื่อน เป็นเพียงประกาศแผนภายในของโรงพยาบาล เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็ยุติประกาศ
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์แก่ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาวานนี้ (22 เม.ย.) ว่าได้ไปดูพื้นที่ทั้ง 4 จุด คือ รพ.แม่สอด ด่านสะพานมิตรภาพที่ 1 ด่านสะพานมิตรภาพที่ 2 และพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวที่เป็นศูนย์พักพิงผู้อพยพ สถานการณ์โดยรวมในการดูแลทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขมีผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ก่อนสงกรานต์จนถึงวันที่ 22 เม.ย.67 ทั้งสิ้น 113 ราย รักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด 82 ราย
นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันที่ 20 เม.ย.67 มีผู้เข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งโรงพยาบาลได้ปฏิบัติตามหลักการการรับแผนผู้บาดเจ็บหมู่ หรืออุบัติภัยหมู่ ซึ่งภัยที่เกิดขึ้นเป็นภัยสงคราม จึงประกาศเป็นแผนรองรับภัยพิบัติระดับ 3 เนื่องจากมีผู้ป่วยมารับบริการมากกว่า 20 คนขึ้นไป
“การลงพื้นที่เป็นการตรวจดูความพร้อมของบุคลากรและเครื่องมือของโรงพยาบาล เพื่อบริหารจัดการทางการแพทย์ ซึ่งผู้ป่วยที่มาทั้งหมด 22 รายนี้ เราไม่ได้ประกาศเป็นแผนภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน สื่อบางสำนักเขียนว่าประกาศเป็นแผนภาวะฉุกเฉินระดับ 5 ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ แต่เป็นประกาศแผนภายในของสถานพยาบาลเวลามีอุบัติเหตุ โรงพยาบาลแม่สอดสูงสุดมี 3 แผน หลังจากประกาศแผนแล้วใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ก็ประกาศยุติการประกาศแผนได้และเข้าสู่การรักษาดูแลตามปกติ” นพ.ชลน่านกล่าว
รมว.สาธารณสุขกล่าวต่อว่า จากนั้นวันที่ 21 และ 22 เม.ย. เป็นการเข้ามารักษาในลักษณะตามปกติคือทยอยมา ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาส่วนใหญ่จะเป็นภาวะบาดเจ็บจากระเบิด มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งวานนี้ (22 เม.ย.) ผ่าตัดจำนวน 29 ราย และรอผ่าตัดอีก 3 ราย ทั้งนี้ หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าห้องผู้ป่วยภาวะวิกฤตจำนวน 6 ราย หากสถานการณ์ดีขึ้นจะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแม่ระมาดกับโรงพยาบาลพบพระ เพื่อเตรียมความพร้อมให้โรงพยาบาลแม่สอดว่างสำหรับผู้ป่วยรายใหม่
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนการไปดูที่ด่านตนพบว่าวันที่ 22 เมษายน บรรยากาศซบเซาเงียบเหงาเพราะไม่มีคนผ่านด่าน จากรายงานในด่านแจ้งว่าฝั่งเมียนมาแจ้งว่าระบบการทำหนังสือผ่านแดนไม่สามารถทำได้ เพราะระบบล่ม ซึ่งที่ด่านมิตรภาพ 1 เป็นด่านสำหรับผู้คนที่เข้ามาก็จะมีการคัดกรองโรคตามระบบ แต่ถ้ามีรถส่งต่อมาก็จะมีการคัดกรองว่าเป็นการส่งต่อ นี่คือกระบวนการทั้งหมด
นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า ในส่วนของบริเวณจุดพักพิงพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวที่มี 2 ศูนย์ ซึ่งมีผู้อพยพ 3,000 คน วานนี้ (22 เม.ย.) มีการเดินทางกลับบางส่วน ทำให้เหลืออยู่เพียงศูนย์เดียวจำนวน 900 คน ซึ่งเราได้จัดหน่วยพยาบาลดูแลเบื้องต้น มีการคัดกรองตรวจค้นหาโรค ซึ่งในการคัดกรองไข้มาลาเรียเรานำมาเจาะเลือด 300 คน พบ 1 คนเป็นไข้มาลาเรีย นี่คือภาพรวมของสถานการณ์ทั้งหมด
นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรามีความพร้อมในการดูแลทางการแพทย์ และมีความพร้อมที่จะประกาศแผน ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดก็เตรียมแผนไว้ประกาศเป็น 3 ระดับเช่นเดียวกัน ถ้าอยู่ในระบบพยาบาลเราเรียกแผนระดับ 1 ถ้าจำเป็นต้องอาศัยบุคลากร และเครื่องมืออุปกรณ์จากทางจังหวัดอื่นมาร่วมด้วยเรียกว่าแผนระดับ 1 ถ้าจำเป็นจำเป็นต้องเปิดโรงพยาบาลสนามแล้วระดมทรัพยากรมาจากจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ในเขตบริการเดียวกันจะเรียกว่าแผนระดับ 3
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รพ.แม่สอด ระดมแพทย์ช่วยชาวเมียนมา บาดเจ็บจากการสู้รบ เสียงปืนใหญ่ดังก้องแต่เช้า
- ‘ชลน่าน’ ลุยแม่สอดติดตามการดูแลผู้อพยพเมียนมา เล็งเพิ่มศัลยแพทย์เสริมทีม
- ผู้หนีภัยสู้รบเมียนมาทยอยกลับบ้านเกิด คงเหลืออยู่ จ.ตาก เกือบ 400 ชีวิต

