หน้าแรก การเมือง โฆษก กต. ชี้ช...

โฆษก กต. ชี้ชายแดนแม่สอดน่าห่วง ยันไม่มีการใช้ดินแดนไทยตั้งกองกำลังพม่า

23.04.24 | 12:17 น.

โฆษกกต. เผย สถานการณ์แม่สอดยังไม่แน่นอนสูง แต่พร้อมดูแลผู้หนีภัยสงครามบนหลักมนุษยธรรม ย้ำ ไม่มีการอนุญาตให้ใช้ดินแดนไทย ยัน ต้องได้รับการเชิญจึงจะเข้าไปช่วยพูดคุยได้

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ตึกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ให้สัมภาษณ์กรณีผู้หนีภัยการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ว่า ตอนนี้ที่ประชุมประเมินสถานการณ์ว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง ต้องประเมินสถานการณ์กันรายชั่วโมง รายวัน โดยบ่ายนี้นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็จะลงพื้นที่

นายนิกรเดชกล่าวว่า เราจะเห็นภาพชัดมากขึ้นในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องสถานการณ์การสู้รบในฝั่งเมียนมา เรื่องการดูแลความเรียบร้อยของไทย หรือเรื่องการให้ความช่วยเหลือบนหลักพื้นฐานของมนุษยธรรม ที่จะชัดเจนขึ้นคือในเรื่องของปริมาณคนและวิธีของการช่วยเหลือ วันนี้คุยกันแล้วได้ข้อสรุปที่ชัดเจน คือ 3 หลักการที่เราจะใช้ที่เรายืนยันมาโดยตลอด คือ

1. การยึดมั่นในการรักษาอธิปไตยของไทย คือ การดูแลคนไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบ

2. การไม่ให้ใช้ดินแดนของไทยในการต่อต้านรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในหลักการปฏิบัติตามปกติ

Advertisement

3. การยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจในการดำเนินงานของเรา

นายนิกรเดชกล่าวว่า ด้านนายปานปรีย์ ในฐานะประธานของที่ประชุมติดตามสถานการณ์ ก็ได้สั่งการให้มีการติดตามสถานการณ์ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นหน่วยงานหลัก และ กต.จะเป็นหน่วยงานที่ดูแลการพูดคุยกับฝ่ายต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือต่างๆ รวมทั้งอาเซียน และการประสานท่าทีกับอาเซียน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะมีการที่ฝั่งเมียนมามาตั้งกองกำลังในฝั่งเราหรือไม่ นายนิกรเดชกล่าวว่า ไม่ได้ ตั้งกองกำลังในฝั่งเราไม่ได้ และไม่มีแนวโน้มใดๆ ที่จะมาตั้ง เป็นจุดยืนที่ตนย้ำเฉยๆ ว่าเราไม่อนุญาตให้ใช้ดินแดนไทย และทางฝั่งเมียนมาก็ทราบดีถึงแนวปฏิบัตินี้ ยืนยันว่าไม่มีการใช้ดินแดนไทยแน่นอน

“ส่วนที่จะไปดูบ่ายนี้ คือไปดูว่าแผนที่เราเตรียมไว้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็นไปตามแผนทุกอย่าง รับมือได้ค่อนข้างดี แค่ไปกำชับย้ำดูว่าฝ่ายไทยมีความพร้อม หากมีการเข้ามาของผู้หนีภัยสงคราม หนีภัยการสู้รบมากขึ้น ซึ่งในขั้นนี้ทุกหน่วยงานยืนยันว่าพร้อม” นายนิกรเดชกล่าว

เมื่อถามว่า จำนวนผู้อพยพเข้ากับออกนั้นเท่ากันหรือมีตกค้างหรือไม่ นายนิกรเดชกล่าวว่า ตัวเลขการมา-กลับเป็นการหนีภัยการสู้รบ เราควบคุมตัวเลขไม่ได้ เพราะเราให้ความช่วยเหลือบนพื้นฐานหลักมนุษยธรรม คนที่หนีภัยคือคนที่ได้รับอันตราย เราจึงรับและให้ความช่วยเหลือหมด บน TOR บน SOP ของเรา ซึ่งการกลับของผู้อพยพมีสองหลักการ คือ

  1. หากเจ้าตัวประสงค์จะกลับโดยสมัครใจ ก็สามารถขอกลับได้
  2. เราจะต้องทำให้มั่นใจว่าเข้ากลับไปได้อย่างปลอดภัย

นายนิกรเดชกล่าวอีกว่า ฉะนั้น มีการสมัครใจขอกลับอยู่เนืองๆ ส่วนบางคนก็ไม่กลับ บางคนรู้สึกปลอดภัยแล้วจึงขอกลับไปดูแลบ้าน ดูแลครอบครัวของตนเอง ดังนั้น ตัวเลขการเข้าออกจึงมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการช่วยพูดคุยเป็นคนกลางให้แต่ละกลุ่มหรือไม่ นายนิกรเดชกล่าวว่า เราพร้อมมาตลอด แต่เราจะไม่ทำโดยเริ่มจากฝ่ายไทยเอง จะต้องได้รับการขอทาบทามให้เข้าไปช่วยจากฝั่งเมียนมา ให้เข้าไปช่วยคุย ซึ่งเราคุยได้กับทุกฝ่าย โดยตอนนี้ยังไม่มี เขายังคุยกันเองอยู่

เมื่อถามว่า ทุกวันนี้ไทยรู้สึกอย่างไรบ้างในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิด และในอนาคตเผื่อจะเป็นตัวกลางด้วย นายนิกรเดชกล่าวว่า แน่นอนว่าประเทศเพื่อนบ้านเราที่มีชายแดนติดกันกว่า 2,000 กม. เราก็มีความกังวล เราไม่อยากให้เขามีการสู้รบในประเทศเขา

“เราพูดมาตลอดว่าเราต้องการให้มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในประเทศเมียนมา เมื่อมองไปถึงอนาคตบทบาทของเรา หากทุกฝ่ายมองว่าไทยพร้อมต้องการให้ไทยเข้าไปมีบทบาท เข้าไปพูดคุยกับทุกฝ่าย เราก็พร้อม แต่ต้องได้รับการร้องขอจากฝั่งเมียนมาก่อน”