หน้าแรก การเมือง ครม.ย้ำชัด รั...

ครม.ย้ำชัด รัฐธรรมนูญไม่แก้หมวด 1-2 เริ่มทำประชามติ ปลายก.ค.นี้

23.04.24 | 14:05 น.

ครม.ย้ำชัด รัฐธรรมนูญไม่แก้หมวด 1-2 เริ่มทำประชามติ ปลาย ก.ค.นี้ ด้าน 

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิกร จำนง ในฐานะโฆษกคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เปิดเผยถึงการยื่นเสนอแนวทางในการทําประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ได้มีมติจากคณะรัฐมนตรีให้มีการทำประชามติ 3 ครั้ง และจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งหลังจากนี้จะประสานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประสานกับ กกต. ทำข้อมูลทำหลักการตาม พ.ร.บ.ประชามติในมาตรา 15 คาดว่าจะสามารถปลายเดือน ก.ค.ถึงต้นเดือน ส.ค. จะเป็นการทำประชามติครั้งแรกตามกฎหมาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำประชามติครั้งละ 3,200 ล้านบาท ตามกฎหมายเดิม แต่ถ้าจะมีการแก้ไขก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่ทั้งนี้ตน และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

เชื่อว่าการทำกฎหมายประชามติจะผ่าน เพราะจากการไปฟังเสียงประชาชนต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทั้งนี้ หากผ่านการทำประชามติครั้งแรกสภาผู้แทนราษฎรจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ส่วนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) สภาจะเป็นคนกำหนด และทำประชามติครั้งที่ 2 เลือกตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญ หากผ่านครั้งที่ 2 ก็มาร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นเมื่อร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จก็จะทำประชามติครั้งที่ 3 ยืนยันเสร็จทันภายใน 4 ปี ของรัฐบาลชุดนี้

ด้าน นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ซึ่งได้เสนอให้การลงประชามติต้องทำ 3 ครั้ง เนื้อหาในการทำครั้งแรกให้ถามว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์” ซึ่งการทำประชามติครั้งแรกต้องดำเนินการ ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม – 21 สิงหาคม 67

Advertisement

อย่างไรก็ตาม การทำประชามติครั้งนี้จะไม่มีการตั้งคำถามว่าจะมีการตั้งสภาร่างสสร.หรือไม่ และจะใช้งบประมาณ 3,200 ล้านบาท ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรอบต่อๆไป จะมีเนื้อหาว่า อยากจะให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งให้ฝ่ายที่ดำเนินการไปพิจารณารายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อไป

“สรุป ณ วันนี้มีการทำประชามติโดยครม.เห็นชอบ จากนี้ไปจะคิกออฟแล้ว วันที่ 21 กรกฎาคม – 21 สิงหาคม 67 จะต้องมีการทำประชามติ จากนั้น จะตามด้วยการทำประชามติอีก 2 รอบ” นายชัย กล่าว