‘นายกฯ-พรรคร่วม’ เรียงแถวการันตี ดิจิทัล 10,000 บาท เผยถาม ‘กฤษฎีกา’ ปมอำนาจหน้าที่ ธ.ก.ส. ยัน ไตรมาส 4 เงินเข้ากระเป๋าปชช. ‘จุลพันธ์’ ย้ำ ธ.ก.ส.สภาพคล่องสูง ฟาก ‘เผ่าภูมิ’ มั่นใจ แจกเงินเดินถูกต้องตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นำแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง ร่วมแถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายเศรษฐากล่าวว่า ครม.รับทราบผลการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงและความเห็นของคณะทำงาน ที่เห็นชอบหลักการกรอบโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แนวทางเข้าร่วมโครงการของประชาชน เงื่อนไขการใช้จ่าย ประเภทสินค้า การลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงแหล่งเงินในการดำเนินโครงการ โดยกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงบประมาณ จะศึกษารายละเอียดต่อไป
“ส่วนข้อห่วงใย เช่น ประเด็นอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ได้สั่งการหากมีประเด็นข้อสงสัยใดๆ ให้ส่งเรื่องไปสอบถามยังกฤษฎีกา ซึ่งทุกพรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบในหลักการของโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ตดังกล่าว โดยนายจุลพันธ์จะชี้แจงในรายละเอียดต่างๆ หากสื่อมวลชนมีคำถาม” นายเศรษฐากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวดิจิทัลวอลเล็ต สื่อมวลชนได้เตรียมซักถาม ขณะที่นายกฯ ตัดบทจบการแถลงข่าว ทำให้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหัวเราะ และแยกย้ายเดินทางกลับ โดยสื่อมวลชนได้ขอให้ตอบคำถามต่อ โดยนายกฯ ระบุว่า จะพูดเรื่องอื่นต่อ แต่เรื่องนี้จบแล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกเยอะ หากจะถามเรื่องเงินดิจิทัล ให้ถามนายจุลพันธ์ อยู่รอก่อน พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ปากทำสัญลักษณ์ให้เงียบ พร้อมระบุอีกว่า ยังมีเนื้อข่าวอีกเยอะไม่ต้องห่วง
ด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า เหตุผลที่ยังไม่เคาะวันชัดเจนในการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เพราะขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบ ที่จะเร่งรัดในกระบวนการ ทุกอย่างต้องรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องความเสถียรของแอพพลิเคชั่น ความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลของประชาชน และราชการ รวมถึงการทำตัวเลขต้องมีความมั่นคงและปลอดภัย ฉะนั้นจะเร่งเกินไปโดยการไปกำหนดเวลาเพื่อบีบจนกระทั่งถึงเวลาแล้วเกิดปัญหาก็เป็นสิ่งที่เราไม่ปฏิบัติ ยืนยันตามกรอบเดิมลงทะเบียนในไตรมาส 3 และเปิดใช้ในไตรมาส 4
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการกำหนดประเด็นการถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องใดบ้าง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้กำหนดประเด็น แต่นายกฯ ได้สั่งการในที่ประชุม ครม. หากมีข้อสงสัยประเด็นใดก็ตามที่เป็นเรื่องของข้อกฎหมายให้ดำเนินการส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย ซึ่งเป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. และตนได้เคยให้ข่าวไปหลายครั้ง ได้ดูในรายละเอียดแล้วและมีความมั่นใจว่าเป็นไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ แต่หากจะทำให้เกิดความกระจ่างชัด การสอบถามไปยังกฤษฎีกาเป็นสิ่งที่เราพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อถามว่าสรุปกระทรวงการคลังจะไม่ส่งให้กฤษฎีกาใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ส่ง ประเด็นใดก็ตามหากมีข้อสงสัยในข้อกฎหมาย มากกว่านั้นเราก็พร้อมที่จะส่งไป ไม่ได้มีประเด็น
เมื่อถามว่า สรุปคือกระทรวงการคลัง จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ธ.ก.ส.มีอำนาจในการให้เงินหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ประเด็นนี้คงต้องส่งครับ เมื่อถามว่า ได้นำเรื่องเพื่อเข้าบอร์ด ธ.ก.ส.เพื่ออนุมัติแล้วหรือยัง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยัง ประเด็นของเรื่องนี้ขอเรียนว่ากระบวนการในการดำเนินการตามมาตรา 28 เป็นกระบวนการงบประมาณประเภทหนึ่ง เป็นการดำเนินการตามสิ่งที่เรียกว่านโยบายกึ่งการคลัง นโยบายนี้จะเริ่มดำเนินการได้ตามกรอบของมาตรา 28 ซึ่งจะเริ่มต้นประมาณเดือน ต.ค. คงจะใกล้ๆ ช่วงนั้นถึงจะมีการพิจารณาผ่านบอร์ดและ ครม.อีกครั้ง ระหว่างวันนี้จนถึงเดือน ต.ค. คงจะต้องดำเนินการอีกหลายๆ อย่างในรายละเอียดให้ครบถ้วน ในส่วนของคณะกรรมการกำกับซึ่งตั้งมาแล้วคงจะต้องไปประชุมหารือในรายละเอียดให้ครบ รวมถึงเรื่องการสอบถามกฤษฎีกาเพื่อให้เกิดความกระจ่างและพร้อมดำเนินการซึ่งเหลือเวลาอีก 4-5 เดือน
เมื่อถามว่าระหว่างนี้จะดำเนินการคู่ขนานกันไปใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า แน่นอน มันเป็นกระบวนการที่วันนี้รับหลักการ ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการและต้องไปดำเนินการในรายละเอียดให้ครบถ้วน เมื่อถามว่าถึงเรื่องสภาพคล่องทาง ธ.ก.ส. อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนจะเริ่มใช้คืน ธ.ก.ส.ได้อย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า การถามคำถามอย่าชี้นำ เพราะคำถามบอกว่า ธ.ก.ส.มาสอบถามว่าให้มีความชัดเจน ซึ่ง ธ.ก.ส.ไม่ได้มีคำถามอะไรมาเลย เมื่อถามว่าทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีการสอบถามในเรื่องนี้ นายจุลพันธ์ตอบว่า ไม่ใช่ สหภาพฯก็ไม่ได้ถามคำถามนั้น โดยสหภาพฯได้ถามในรายละเอียดต่างๆ ซึ่งตนได้ชี้แจงไปแล้ว ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันดี และสหภาพฯมีความพร้อมในการดำเนินการนโยบายนี้เพราะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร ในส่วนของสหภาพฯที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือกรอบอำนาจหน้าที่ซึ่งเราได้เรียนแล้วตามมติ ครม.ที่จะส่งสอบถามกฤษฎีกาเพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจและพร้อม มีแค่นั้นในส่วนสหภาพฯ
“ส่วนคำถามที่เกี่ยวข้องกับสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. ทาง ธ.ก.ส.มีความมั่นคงและอย่าลืมว่า ธ.ก.ส.รัฐบาลถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เรามีแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับ ธ.ก.ส. สิ่งที่ผมได้ชี้แจงกับสหภาพฯมี 3 ประเด็นคือ 1.การดำเนินการต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายทุกประการ รวมถึงอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. หากมีข้อสงสัยใดในการดำเนินการให้เกิดความกระจ่างชัดรัฐบาลยินดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฤษฎีกาก็ตาม 2.เสถียรภาพของ ธ.ก.ส. มีความมั่นคงสูง สิ่งที่เราจะดำเนินการอยู่ในศักยภาพที่ ธ.ก.ส.จะดำเนินการได้ โดยที่ไม่มีประเด็นปัญหาอะไร แต่รัฐบาลจะดำเนินการอะไรก็ตามแน่นอนมีแต่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับธนาคารในกำกับ เพราะ ธ.ก.ส.เป็นปีกหลักปีกหนึ่งในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกร รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมาใช้บริการ ธ.ก.ส.มาโดยตลอด รัฐบาลชุดนี้แน่นอนเราเห็นความสำคัญ มีแต่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น และ 3. สิ่งที่ดำเนินการจะไม่กระทบต่อสวัสดิภาพสวัสดิการใดๆของพนักงาน ลูกจ้าง ธ.ก.ส. เด็ดขาด” นายจุลพันธ์กล่าว
เมื่อถามว่า มีนโยบายที่จะเพิ่มทุนให้ ธ.ก.ส.อย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยกันในส่วนของพวกเราเอง มีกระบวนการอยู่ แต่กระบวนการพูดคุยเวลาเราเติมเงินกับธนนาคารในกำกับ เช่น การเติมเงิน ให้ ธ.ก.ส. โดย 1 บาทจะสามารถเปิดเป็นวงเงินสินเชื่อให้กับเกษตรกรเป็น 11 บาท เป็นการเติมความแข็งแกร่งอย่างหนึ่งที่เราพิจารณาอยู่ ส่วนจะเท่าไหร่และเมื่อไหร่ขอประชุมพิจารณากันอีก 1-2 ครั้ง ยืนยันว่า ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพียงพอ
เมื่อถามว่าตอนนี้ประชาชนเบาใจได้หรือยังว่าจะได้เงินดิจิทัลจริง นายจุลพันธ์กล่าวว่า เบาใจได้ เรายืนยันในกรอบเวลา ที่ประชาชนจะได้ในไตรมาส 4 แน่นอนได้พร้อมกัน สาเหตุที่พร้อมกันเราต้องการให้เกิดอิมแพ็คท์ทางเศรษฐกิจ เมื่อลงไปแล้วลงไปทีเดียวจะเกิดการกระตุ้น การหมุนเวียน การลงทุน การจ้างงาน เราต้องการผลลัพธ์ตรงนั้น และเรามองตอนนี้การดำเนินการยังไม่ได้ติดขัดอะไร
ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการ รมว.คลัง กล่าวยืนยันถึงระบบแอพพลิเคชั่นว่า ไม่มีปัญหาอะไร โดยมี 2 ระบบ คือระบบการลงทะเบียน และระบบธุรกรรมทางการเงิน จะเป็นลักษณะเชื่อมต่อกันในหลายๆ ภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 ระบบได้มีการพัฒนาและอยู่ในกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้ โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนในไตรมาส 3 ปีนี้ และประชาชนจะได้รับเงินในไตรมาส 4 ส่วนรายละเอียดจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกที เพื่อยืนยันข้อมูลในส่วนของแอพพลิเคชั่นอีกครั้ง
เมื่อถามว่าวันข้างหน้าหากมีปัญหาข้อกฎหมายตามมา รัฐบาลจะร่วมกันรับผิดชอบทั้งคณะใช่หรือไม่ นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เรามีการเช็กรายละเอียดรอบคอบ ทั้งในส่วนอำนาจหน้าที่และการได้มาของงบประมาณต่างๆ

