‘วันนอร์’ รอครม.เคาะวัน เปิดประชุมสมัยวิสามัญถกงบ’68 ชี้ มิ.ย.เหมาะสุด ส่วนร่างแก้รธน.รอทำประชามติก่อน

24.04.24 | 10:59 น.

‘วันนอร์’ รอครม.เคาะวัน เปิดประชุมสมัยวิสามัญถกงบ’68 ชี้ มิ.ย.เหมาะสุด ส่วนร่างแก้รธน.ยังบรรจุไม่ได้รอทำประชามติก่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 เมษายน ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ว่า อยู่ที่รัฐบาลว่าจะเอาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเข้าเมื่อไหร่ ถ้ารัฐบาลต้องการเอางบเข้าวาระแรกในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐบาลก็แจ้งมายังรัฐสภาได้ เพื่อที่จะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญและมองเป็นเรื่องดี เพราะมีอะไรที่ค้างเร่งด่วนก็จะได้ทำช่วงนั้น ส่วนจะเป็นวันที่ 5-6 มิ.ย.ตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลเป็นคนกำหนด เพราะช่วงเดือน พ.ค. ส.ส.อาจจะมีภารกิจต่างๆ หากเป็นเดือน มิ.ย. ก็เหมาะสม เพราะเป็นช่วงเวลาก่อนเปิดสมัยประชุม 1 เดือน ถือว่าเป็นระยะเวลาที่สามารถขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้

เมื่อถามว่าในการเปิดสมัยประชุมวิสามัญนอกจากจะมีเรื่องงบประมาณแล้วยังมีการนำเรื่องอื่นมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีอะไรบ้าง เพราะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ เนื่องจากรัฐบาลจะต้องไปทำประชามติในรอบแรกก่อน ซึ่งเห็นว่าจะเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม แต่มีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ค้างคาอยู่ ถ้ารัฐบาลอยากเอาเข้าสมัยประชุมวิสามัญสภาก็พร้อม ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากใครเสนอมาสภาก็จะรับไว้พิจารณาส่วนจะบรรจุได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายของสภาและฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบดูว่าจะสามารถบรรจุได้หรือไม่ และต้องดูว่าจะขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งต้องรอให้ทำประชามติด้วย ส่วนที่เป็นกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการเงิน ก็ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีให้การรับรองก่อน

สำหรับกรณีที่พรรคก้าวไกลเรียกร้องให้ประธานสภาเร่งบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ประธานสภากล่าวว่า พรรคก้าวไกลสามารถเสนอมาได้แต่จะบรรจุหรือไม่ ต้องดูอีกทีเพราะรัฐบาลก็มีมติว่าจะทำประชามติก่อน

“ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าถ้าเสนอเข้ามาแล้วมีการพิจารณาไปแล้ว หากไปมีความขัดแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ จนมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกตีตกก็ทำให้เสียเวลาไปมากกว่าที่รัฐบาลได้ตัดสินใจว่าจะทำประชามติ 3 รอบ อย่างน้อยรอบแรก ก็เพื่อถามประชาชนก่อนว่าจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าอยากจะมีการแก้ไข ก็เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็ค่อยเสนอร่างเข้ามาแก้ไขก็จะทำให้ไม่เสียเวลา ซึ่งถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนและปลอดภัย” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

Advertisement