หน้าแรก การเมือง อาจารย์ อ่านก...

อาจารย์ อ่านกลศึกพม่า ยึดคืนเมียวดี สาเหตุทำ ‘หม่อง ชิตู’ กลับลำ แนะไทยเข้ม ชายแดนอุ้มผาง-พบพระ  

25.04.24 | 15:13 น.

ดร.ดุลยภาค วิเคราะห์กลศึกพม่า ยึดคืนเมียวดี สาเหตุทำ ‘หม่อง ชิตู’ กลับลำ แนะศึกรอบนี้ ไทยต้องเฝ้าระวัง ชายแดนที่อุ้มผาง – พบพระ  

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง ผ่ากลยุทธ์ทำศึกเมียวดีของทหารพม่า วิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด ในการสู้รบในพม่า ระหว่างกองทัพพม่า กับฝ่ายต่อต้านที่มีทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังปกป้องประชาชน (PDF) ในพื้นที่จ.เมียวดี โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมคิดว่า ทหารพม่ากำลังคิดค้นกลยุทธ์เข้าตีเมียวดีโดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก

1.ใช้วิธีข่มขู่ว่า จะทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจหรือเผาทิ้งทั้งเมือง กล่าวคือ เมื่อกลุ่มต่อต้าน/กลุ่มชาติพันธุ์ไล่ตีทหารพม่าและยึดเมืองได้แล้ว ทหารพม่าก็จะใช้กำลังรบทางอากาศและอาวุธหนักอื่นๆ ยิงถล่มเมืองให้พังทลายลงไปเลย (เข้าลักษณะถ้าฝ่ายฉันไม่ได้ ฝ่ายอื่นก็ต้องไม่ได้ เล่นแบบไม่มีที่ทางทำมาหากินแสวงหาผลประโยชน์เศรษฐกิจด้วยกันทั้งคู่ไปเลย)

ในเวลานี้ กะเหรี่ยง KNA ของชิตตู่ ถูกทหารพม่าขู่ว่าจะทำลายเมืองชเวโก๊กโก่ เมืองนี้อยู่ใกล้เมียวดี เป็นแหล่งรายได้มหาศาลของกลุ่มชิตตู่ และกลุ่มทุนจีนเทา และดูเหมือนว่า ถ้าให้เลือกระหว่างความรักชาติในหมู่ชาวกะเหรี่ยงกับการธำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์มหาศาล ณ ขณะนี้ กลุ่ม KNA น่าจะเลือกแบบหลัง

Advertisement

จึงเป็นโจทย์ยากสำหรับ KNU และฝ่ายต่อต้านว่าจะโน้มน้าว KNA ให้กลับมาเป็นพันธมิตรร่วมได้อย่างไร หรือจะต้องเปิดศึกกับทั้งทหารพม่าและ KNA หรือจะต้องเพลาๆการเคลื่อนไหวโจมตีทหารพม่าลงบ้างเพื่อรอประเมินสถานการณ์ต่อไป อันที่จริง ในเวลาใกล้เคียงกันนั้น กองทัพพม่าก็ขู่กองทัพคะฉิ่นอิสระ KIA ว่าหากคิดจะยึดเมืองโมมวก ทหารพม่าก็จะเผาทิ้งเมืองนี้เหมือนกัน โมมวก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิรวดี ตรงทิศใต้ของมิตจิน่า เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่น เคสที่โมมวกกับเคสที่เมียวดี-ชเวโก๊กโก่ สามารถสะท้อนกลยุทธ์ข่มขู่แบบเผาเมืองของทหารพม่าได้ชัดเจน

2. เป็นธรรมดาที่ฝ่ายวางแผนทางทหารจะออกแบบยุทธวิธีการรบโดยย้อนกลับไปดูความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารในอดีตแล้วจึงนำมาปรับปรุงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ศึกชิงคืนเมียวดีล่าสุด ทหารพม่าใช้แผนปฏิบัติการชื่อออง ไซยะ (พระเจ้าอลองพญา) เน้นระดมพล และรถถังจากมะละแหม่งแล้วเข้ายึดเมืองกอกะเร็ก และเคลื่อนทัพสู่เมียวดี พร้อมๆ กับใช้เครื่องบินรบ MIG 29 และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ MI 17 เข้าถล่มทัพ KNU และ PDF

กระนั้นก็ดี ในปี ค.ศ.1997 กองทัพพม่าเคยใช้แผนปฏิบัตการธุยะ (Thuya Operation) ในการโจมตีแบบวงกว้างในพื้นที่ดูปลายาโดยแบ่งทัพออกเป็นสามสาย ทัพแรก เคลื่อนพลเข้าเมียวดีและลงมาตีค่ายกะเหรี่ยงที่ผาลูแล้วเดินทัพเลียบชายแดนไทยเข้าตีฐาน KNU อื่นๆที่ใกล้บริเวณที่แผ่นดินพม่ายื่นลึกเว้าเข้ามาในเขตไทยแถบรอยต่อระหว่างอำเภอพบพระและอุ้มผาง ทัพที่สอง เคลื่อนกำลังเข้ามาคุมชายแดนทางใต้แถวใกล้ๆกับอำเภออุ้มผาง พร้อมโอบล้อมชาวบ้านและทหาร KNU ไม่ให้หลบหนีเข้ามาในเขตไทย ส่วนทัพที่สาม เข้าโจมตี KNU ตรงหุบเขาดาวนะ (หรือเทือกเขาถนนธงชัยตะวันตกตรงส่วนที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมียวดีลงมา) จนทำให้ทหาร KNU ในละแวกนั้นประกาศยอมแพ้และมีทหาร KNU ถูกฆ่าตายจำนวนมาก

เมื่อวานนี้ ผมได้รับข่าวสารการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับ KNU และฝ่ายต่อต้านที่บริเวณบ้านห้วยแดน กิ่งอำเภออะซิน ตรงข้ามบ้านเปิ่งเคลิ่ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และบริเวณบ้านผาลู ตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ลงใต้มาใกล้ๆกับอำเภอพบพระ) รวมถึงที่บ้านทิบาโบ ตรงข้ามบ้านหมื่นฤาชัย ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

นั่นแสดงว่า ทหารพม่าไม่ได้ขนกำลังในแนวตะวันตก-ตะวันออก คือ จากมะละแหม่ง-กอกะเร็ก-เมียวดี เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้วิธีตีกวาดเป็นแนวยาวจากเมียวดีในส่วนที่ใกล้กับอำเภอแม่สอดลงมาถึงพื้นที่แถวๆตรงข้ามอำเภอพบพระและอุ้มผางด้วย ขณะที่การรบระหว่างทหารพม่ากับฝ่ายต่อต้านตรงหุบเขาดาวนะก็ดำเนินต่อไปเช่นกัน

ฉะนั้น แผนการรบของทหารพม่าจึงเป็นภาพประกบกันระหว่างแผนปฏิบัติการออง ไซยะ ครั้งล่าสุดกับแผนการรบที่เคยสำเร็จมาแล้วในปี ค.ศ.1997 และเอาเข้าจริงๆ ถ้าย้อนไปตั้งแต่สองปีที่แล้ว ก็มีข่าวทหารพม่าปะทะกับ KNU และฝ่ายต่อต้านแถวๆพบพระ-อุ้มผางเหมือนกันซึ่งสะท้อนความสืบเนื่องของสัมฤทธิ์ผลทางทหารของกองทัพพม่าในปี ค.ศ. 1997 ที่น่าจะอยู่ในกระบวนการวางแผนทางยุทธการของแม่ทัพนายกองพม่าในรัฐกะเหรี่ยงจนถึงทุกวันนี้

แต่ศึกนัดนี้ ทหารพม่าจะได้รับชัยชนะทางทหารหรือไม่ หรือ KNU กับ PDF อาจพลิกเกมมีชัยชนะเหนือทหารพม่าแบบเด็ดขาด หรือจะมีฉากทัศน์ใหม่ๆผุดพุ่งเข้ามาอีก เราคนไทยก็ต้องติดตามแบบห้ามกระพริบตากันเลยทีเดียว ช่วงนี้ ทางการไทยควรเฝ้าระวังปัญหาการรุกล้ำอธิปไตยโดยโฟกัสทั้งที่ อำเภอแม่สอดและที่อำเภอพบพระกับอุ้มผาง ตลอดจนอำเภออื่นๆในจังหวัดตาก หรือแม้กระทั่งแม่ฮ่องสอนและกาญจนบุรีด้วยครับ

แผนที่ยุทธศาสตร์ที่แนบมา ผมปรับปรุงขึ้นจากแผนที่ในหนังสือของพรพิมล ตรีโชติ เรื่อง ไร้แผ่นดิน: เส้นทางจากพม่าสู่ไทย หน้า 84 ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์พรพิมล ท่านล่วงลับไปนานแล้ว ผมเป็นลูกศิษย์ท่านตอนเรียนปริญญาโทด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาที่จุฬาฯ ผมลงเคยพื้นที่ทำวิจัยที่แม่สอดกับอาจารย์พรพิมล ผมรักและระลึกถึงอาจารย์เสมอ ยามที่มีเรื่องคับขันที่ชายแดนไทย-พม่า อาจารย์คือแรงบันดาลใจของศิษย์คนนี้เสมอมา แผนที่ที่แนบมาให้ผู้ชมนี้ จึงเป็นความตั้งใจของลูกศิษย์คนหนึ่งที่อยากสดุดีคุณความดีของอาจารย์ให้จารึกไว้ในสังคมไทยครับ

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง