09.00 INDEX สถานะ รัฐมนตรี สุทิน คลังแสง การต่อสู้ ‘ประนอม’ ประโยชน์
การยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ นายสุทิน คลังแสง ทรงความหมายเป็นอย่างสูงต่อรัฐบาล ต่อพรรคเพื่อไทย ทั้งในทางความคิด ทั้งในทางการเมือง
ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองผ่านตัวตนความเป็น นายสุทิน คลังแสง
จำเป็นต้องเริ่มจาก “สถานการณ์” วันที่ 22 สิงหาคม 2566
จำเป็นต้องมองการเกิดขึ้นของ “รัฐบาลพิเศษ” ว่าดำรงอยู่ภายในกระบวนการประนอมพิเศษซึ่งรับรู้อย่างเป็นรูปธรรมว่าดำเนินไปในลักษณะ “ข้ามขั้ว”
ผลจากการร่วมมือระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ จึงปรากฏออกมาเป็นรัฐบาลแห่งการประสานผลประโยชน์
การประสานให้นายกรัฐมนตรีเป็นพรรคเพื่อไทย การประสานให้พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ กุมกระทรวงสำคัญโดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวสอดแทรก
การดำรงอยู่ของ นายสุทิน คลังแสง ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงเป็นการดำรงอยู่ในลักษณะ “ตัวแทน”
พื้นที่ “กระทรวงกลาโหม” จึงเป็นพื้นที่แห่ง “การต่อรอง”
ทำไมจึงมีข่าวว่า นายสุทิน คลังแสง อาจต้องพ้นจากตำแหน่ง ทำไมจึงมีข่าวว่าคนที่จะเข้าไปแทนที่คือนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเพิ่มตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการเข้ามา
ขณะเดียวกัน ทำไมจึงมีข่าวการเสนอแก้ไขพ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมโดยเน้นไปที่ “รัฐประหาร”
หาก นายสุทิน คลังแสง ยังสามารถรักษาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอาไว้เหมือนเดิม นั่นเท่ากับยืนยันว่าการเสนอแก้ไขพ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการต่อรองเจรจา
ความหมายอย่างสูงสุดก็คือ นายสุทิน คลังแสง มิได้ดำเนินการอย่างเอกเทศ นึกอย่างทำก็ทำ ตรงกันข้าม นี่คือการเคลื่อนไหว นี่คือการรุกและกระทำในฐานะพรรคเพื่อไทย
การจะอยู่ การจะไปในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ นายสุทิน คลังแสง จึงมิได้เป็นเรื่อง “ส่วนตัว”
ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นการดีลเพื่อประนอมทางการเมืองเด่นชัด แต่มิได้ดำเนินการแบบด้านเดียว
ตรงกันข้าม ภายในการประนอมการเมืองดำรงอยู่อย่างต่อสู้
สถานการณ์นับแต่เดือนสิงหาคม 2566 เป็นต้นมา จึงสะท้อนทั้งอันเป็นฝ่ายรุก ทั้งอันเป็นฝ่ายรับ การปรับครม.ก็เป็นรูปธรรมหนึ่งซึ่งเป็นไปในทิศทางแห่งการต่อสู้ภายใน
ไม่ว่าจะมองจากด้านพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองจากด้านขพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะมองจากพรรคพลังประชารัฐ

