คมกริบ 10 วาทะ ถกกติกา (กว่าจะได้) ส.ว. จุดเปลี่ยนประเทศไทย

3.05.24 | 12:10 น.
คมกริบ 10 วาทะ ถกกติกา (กว่าจะได้) ส.ว. จุดเปลี่ยนประเทศไทย

คมกริบ 10 วาทะ
ถกกติกา (กว่าจะได้) ส.ว.
จุดเปลี่ยนประเทศไทย

เปิดตัวยิ่งใหญ่พร้อมประกาศตัวเป็นลำโพงตีโป่งประเด็นสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยไม่ให้เงียบเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ‘เครือมติชน’ กับ แคมเปญ “มติชน : ส.ว.ชุดใหม่ Thailand-Select” ซึ่งจะเกาะติดแบบหนึบๆ ตลอด 3 เดือนนับจากนี้ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2567 จนกว่าประเทศจะมี ส.ว.ชุดใหม่ รันโปรแกรมไฮไลต์แน่นๆ ข้อมูลจุกๆ ปลุกจิตวิญญาณประชาธิปไตยผ่านบทสัมภาษณ์ในประเด็นแหลมคม รับชมคลิปเด็ดๆ สนั่นโลกออนไลน์

บ่ายวันอังคารที่ 30 เมษายน ในวันคิกออฟ ห้องประชุมชั้น 1 อาคาร ‘ข่าวสด’ เนืองแน่นด้วยว่าที่ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พร้อมด้วยคอมเมนเตเตอร์ และกองเชียร์

ร่วมจับไมค์ตั้งคำถาม ขยี้นิยามกฎระเบียบที่สังคมพร้อมร่วมจับตา

และบรรทัดต่อจากนี้คือส่วนหนึ่งของวาทะที่ชวนให้ ‘คิดต่อ’

Advertisement

 

รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มการศึกษา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ

“คนที่จะเป็น ส.ว.ชุดใหม่ได้ต้องมีชื่อเสียง มีเครือข่ายในวงการอาชีพของตัวเอง แค่นี้ยังไม่พอ ยังต้องเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รู้จัก และเป็นที่รู้จักเมื่อมีการเลือกข้ามกลุ่มกันอีกด้วยทั้ง 3 ระดับ อำเภอ จังหวัดและประเทศ เพราะฉะนั้น ส.ว.ที่จะได้มาตามกฎเกณฑ์นี้ จึงไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างแน่นอน อย่างดีที่สุดก็คือเป็นสิ่งที่เรียกว่า หัวกะทิของกลุ่มอาชีพต่างๆ”

ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว.

“เคยเป็นอดีต ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งปี 2543-2549 ช่วงนี้พอได้เห็นกติกาว่าประชาชนในระดับล่างๆ และระดับทั่วไปไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะคนจน

การที่จะแสดงสิทธิ แสดงความหวงแหนประชาธิปไตย ต้องเสียเงิน 2,500 บาท ค่อนข้างน่าเกลียด เป็นการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจสมัครอีกครั้งหนึ่ง ดูสิว่าหน้าอย่างเรามาจากคนยากคนจน มาจากการทำงานเพื่อสิทธิของคนยากไร้มาตลอด จะมีโอกาสไหม”

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
นักวิเคราะห์การเมือง

“ถามว่าทำไมผู้มีอำนาจต้องการให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้เงียบที่สุด เพราะเขารู้ว่าสังคมมันอึกทึกด้วยเสียงการต้องการความเปลี่ยนแปลง”

อธึกกิต แสวงสุข
หรือ ‘ใบตองแห้ง’
คอลัมนิสต์การเมือง

“คนที่เข้าไปเป็น ส.ว. อาจจะต้องมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ตรงที่ว่าต้องเปิดกว้างให้ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิก ส.ว. อย่างที่เราพูดกันว่าเข้ามาเป็น ส.ว.เพื่อจะล้มกติกาตรงนี้ เพราะฉะนั้น จะต้องเข้มแข็งพอสมควรในแง่ของจุดยืน อุดมการณ์ มุ่งมั่นในเรื่องประชาธิปไตย”

ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว.

“นี่คือครั้งสำคัญที่ผมจะได้มีส่วนร่วมเคลื่อนประวัติศาสตร์ จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นคนสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน ซึ่งไม่รู้ว่าจะสร้างได้มากน้อยแค่ไหน

ครั้งนี้เราลงทุนค่อนข้างเยอะ ในแง่ของความรู้สึก ความคิด และประสบการณ์ เป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของคุณภาพประชาชนไทย ที่ลงมาทำงานด้วยกันมากที่สุด ในมุมของนักประวัติศาสตร์ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่ามันต้องเกิดประวัติศาสตร์ใหม่แน่ๆ”

ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์
หรือ ปิงปอง
ศิลปิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว.

“ส.ว. สำหรับผมอาจจะเป็นหนึ่งในปัญหาหลายๆ อย่างของความประหลาดในประเทศไทยที่เกิดขึ้น

แต่ด้วยภูมิปัญญาแบบนักดนตรีธรรมดาๆ คนหนึ่ง ผมมองว่า ส.ว.อาจเป็นกุญแจบานแรกที่จะไขสู่กุญแจบานอื่นๆ ซึ่งถ้าบานนี้ยังไม่ถูกไข กุญแจบานอื่นก็อาจจะไขไปต่อไม่ได้

ถ้าอยากให้คำประหลาดนี้มันดีขึ้น ไม่พูดถึงการยุติ ผมคงไม่หวังถึงความสมบูรณ์แบบในช่วงอายุของผม เอาแค่มันดีขึ้นกว่านี้”

ศรีไพร นนทรีย์
กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว. จ.ลพบุรี กลุ่มลูกจ้างและผู้ใช้แรงงาน

“ในส่วนของกติกาที่พยายามจะสร้างความเงียบงัน ไม่ให้ผู้สมัครสัญญิงสัญญากับคนที่จะมาเลือก หรือคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันว่าตัวเองเข้าไปเป็น ส.ว.แล้วจะพัฒนาอะไร? คนใช้แรงงาน คนจนอย่างดิฉัน จะมีความหวังอะไร กลายเป็นกติกาการเลือกตั้งเหมือนป่าช้า”

รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส
คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว.

“เราคงต้องใช้ญาณวิเศษว่าจะสื่อสารกับใครที่จะลงสมัครสายเดียวกัน วิปริตมาก แต่เป็นกติกาที่คุมอนาคตประเทศ เราจึงต้องเข้าไปในกติกานี้ เพื่อเปลี่ยนโฉม

นอกเหนือจากกติกาที่วิปริต ขั้นตอนการเลือกคนซึ่งจะเกิดขึ้นในรอบเลือกในอำเภอ จังหวัด ประเทศ ไม่มีความโปร่งใส ทั้งริบมือถือ ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไป ถ้าเห็นการกระซิบกัน เราก็จะไม่มีหลักฐาน

แล้วใครจะบอกได้ว่า การเลือก ส.ว.ครั้งนี้ปกติหรือไม่ แม้ว่าจะมีกรรมการจาก กกต.อยู่ แต่จะทำอะไรได้ ถ้าหากมีการสมคบคิดกัน ดังนั้นให้ผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง อย่างน้อยให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์”

 

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

“กติกาครั้งนี้แปลกๆ เพี้ยนๆ งงๆ เรารู้ว่า ส.ว.สำคัญกับประเทศชาติอย่างยิ่ง ทั้งการเดินหน้าสู่รัฐธรรมนูญประชาชน การเลือกตำแหน่งในองค์กร ที่ต้องตรวจสอบอำนาจรัฐ อาจจะสำคัญกว่า ส.ส. อีกหลายๆ แง่มุม แต่เรารู้ว่าเขาไม่ได้อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากเท่าไหร่”

สมชัย ศรีสุทธิยากร
อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

“การห้ามผู้สมัครให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ในระเบียบข้อ 11 สมมุติถ้าผมสมัคร แล้วมีคนมาสัมภาษณ์ผม ให้ความคิดเห็นเรื่องบิ๊กโจ๊ก (พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล) ก็ไม่ได้ เพราะมีการเผยแพร่หน้าตัวเองออกไป ตรงนี้เป็นระเบียบที่แย่ที่สุด ทำให้ผู้สมัครไม่รู้จักอะไรกับใครเลย ทำให้เป็นการเลือกกันในที่มืด รู้จักกันเพียงแค่ 5 บรรทัดเท่านั้นเอง”

ทีมข่าวเฉพาะกิจ