หน้าแรก การเมือง อุ๊งอิ๊ง ลั่น...

อุ๊งอิ๊ง ลั่นไม่รอ 10 เดือน ทำถูกแล้ว ตั้งรบ.ผสม ยันไม่หวั่นไหวเสียงโต้ มั่นใจปรับครม. ถูกฝาถูกตัว

3.05.24 | 12:20 น.

พท.จัดอีเวนต์ใหญ่ “10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10” พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร นายก อบจ. “อิ๊งค์” ลั่นตัดสินใจถูกตั้ง รบ.ผสม ไม่รอ 10 เดือน โว ครม.“เศรษฐา” ถูกฝาถูกตัว ไร้เงา “ชลน่าน-ไชยา-พวงเพ็ชร”

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดงาน “10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10” เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และความคืบหน้านโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย หลังจากจัดตั้งรัฐบาลเข้าสู่เดือนที่ 9 พร้อมประกาศเป้าหมายการทำงานในอนาคต โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คณะรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ กรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดของพรรคเพื่อไทย ร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐมนตรีที่ถูกปรับออก ทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู และ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด

เวลา 10.10 น. น.ส.แพทองธาร กล่าวในหัวข้อ “เติมเพื่อไทยให้เต็ม 10 สนับสนุนรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ” ว่า ในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่า เราตัดสินใจถูกต้องมากที่จัดตั้งรัฐบาลผสมเมื่อ 10 เดือนที่แล้ว ปัญหาปัจจุบันที่หมักหมมไว้จากการปฏิวัติรัฐประหาร ทั้งระบบราชการที่โตเกินไป ความอืดอาดในการทำงาน ด้วยโครงสร้างที่ไม่ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยี เศรษฐกิจและภัยคุกคามทางความมั่นคงที่พัฒนาไปเร็วมาก รวมถึงภัยต่อเยาวชนจากยาเสพติด ทำให้ ประชาชนของชาติอ่อนแอ ขาดโอกาสในการทำมาหากิน เศรษฐกิจใต้ดินสูงเป็นประวัติการณ์

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศมากที่สุด หากไม่เป็นแกนนำรัฐบาลผสม คงยากที่ปัญหาหมักหมมจะแก้ไขได้ กฎหมายพยายามจะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอิสระจากรัฐบาล เรื่องนี้เป็นปัญหาและอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะนโยบายการคลังถูกใช้งานข้างเดียวอย่างหนัก จนทำให้หนี้สูงขึ้นทุกปี จากการตั้งงบประมาณขาดดุล ถ้านโยบาย การเงินที่บริหารโดยธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ยอมเข้าใจและร่วมมือ ประเทศจะไม่มีทางลดเพดานนี้ได้ 10 เดือนที่ผ่านมาเราใช้ความพยายามในการวิเคราะห์ เข้าใจเพื่อแก้ปัญหาที่ยาก และซับซ้อน และก้าวเดินต่อในทุกมิติ เพราะเราเสียเวลาและโอกาสไปถึงเกือบ 2 ทศวรรษจากการรัฐประหาร เรามั่นใจว่าเราทำได้ และจะทำให้ได้คะแนนเต็ม 10 ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า

Advertisement

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า ในมิติทางเศรษฐกิจ เริ่มต้นด้วยการเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็น 400 บาท จะทำให้ทุกคนต้องปรับตัว เพิ่มผลผลิตจากความพอกินของพนักงาน พรรคเพื่อไทย จะผลักดันเศรษฐกิจในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เติมเงินและเพิ่มค่าแรง แต่รวมไปถึงเม็ดเงินใหม่จากต่างประเทศจะเข้ามาจากการลงทุน และการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคน โดยการนำของนายกฯ เศรษฐา ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน จะเปลี่ยนจากรัฐบาลอุ้ยอ้าย อืดอาด ไม่โปร่งใส เป็นรัฐบาลดิจิทัล บริหารด้วยความรวดเร็ว โปร่งใสตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆได้ และมีซูเปอร์แอพในการบริการทุกมิติของภาครัฐ เราจะปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ใหม่อีกครั้งหนึ่งเร็วๆนี้ พร้อมจะแก้กฎหมายทางเศรษฐกิจอีกหลายฉบับ ทั้งการยกเลิกกฎหมายล้าสมัย เขียนกฏหมายใหม่ให้ไทยกลับมาเป็น Hub ทั้งการบินและการเงินของอาเซียนให้ได้

น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่มีศักยภาพ มีนโยบายที่ดี มีรัฐมนตรีที่เก่ง สร้างอนาคตให้ประเทศไทย ที่สำคัญจะต้องสามารถผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต แม้คู่แข่งพยายามทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อเรา ด้อยค่าในสิ่งที่เราทำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ ในสมัยไทยรักไทยเกิดวาทกรรม “30 บาทตายทุกโรค” แต่ทุกอย่างผ่านไปด้วยการทำงานนโยบายสำเร็จ ผลงานเท่านั้นจะพิสูจน์ ไม่ใช่วาทกรรมหรือการใส่ความต่อว่าจากใคร เพราะ 30 บาทรักษาทุกโรคใช้ได้จริง และกำลังเดินหน้าพัฒนาครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เป็น 30 บาทรักษาทุกที่“ น.ส.แพทองธาร กล่าว

“พรรคเพื่อไทยจะครองสติ ไม่หวั่นไหว ไม่เล่นเกมโต้ตอบไปมา เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เรามีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบอยู่ในมือซึ่งกำลังลงมือทำ เราทำได้อย่างแน่นอน ในขณะที่นโยบายกำลังเดินไปข้างหน้า พรรคเพื่อไทยก็กำลังพัฒนาไม่หยุดยั้งเพื่ออนาคตของประเทศไทย รัฐบาลเพิ่งปรับ ครม.ซึ่งมีเสียงจากนักวิชาการหลายท่านที่น่าเชื่อถือได้ให้คำยืนยันว่า ถูกฝาถูกตัวมากที่สุด ทุกอย่างกำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่มีทางเลยที่เราจะแย่กว่าเดิม เรารู้ว่า การทำงานให้บ้านเมืองนั้น เป็นงานที่ Thank Less and End Less ต้องทุ่มเทไม่มีวันสิ้นสุด แต่เราเต็มใจที่จะทำ เพราะเราเป็นพรรคการเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญของประเทศ” น.ส.แพทองธาร กล่าว