‘เลขาฯป.ป.ช.’ บอก ยังจับตาโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แม้ยังไม่เห็นช่องทุจริต ชี้มีอำนาจสอบงบ ธ.ก.ส. ใช้ในโครงการได้หรือไม่ มองบวก ฝ่ายการเมืองไม่กล้าทำผิด กม. ลั่นอะไรทำไม่ได้อย่าฝืน
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่หาดเลพัง ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามตรวจสอบโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หลังรัฐบาลออกมาแถลงความชัดเจนในการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการเฝ้าระวังต่อไป หลังจากได้มีการเสนอมาตรการไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยจะดูว่ารัฐบาลได้นำข้อสังเกตอะไรที่ ป.ป.ช.ให้ไว้ไปปรับปรุง และดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการกู้เงิน รวมถึงการใช้ระบบบล็อกเชน
นายนิวัติไชยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ต้องรอการขับเคลื่อนที่ชัดเจนมากกว่านี้ โดย ป.ป.ช.ได้รวบรวมข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการดำเนินการของ ป.ป.ช.คือกาาป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้น หากมีประเด็นก็จะให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ก่อนแนะนำไปยังรัฐบาล เพราะ ป.ป.ช.ไม่สามารถห้ามหมดทุกเรื่องได้ รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมตั้งข้อกังวลถึงการใช้งบประมาณของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) นายนิวัติไชยกล่าวว่า ป.ป.ช.มีอำนาจติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เพราะงบของ ธ.ก.ส.เป็นงบที่ใช้สำหรับกลุ่มเกษตรกรเป็นหลัก จำเป็นต้องไปดูระเบียบของ ธ.ก.ส.ว่าสามารถใช้งบดังกล่าวกับโครงการนี้ได้หรือไม่ ซึ่ง ธ.ก.ส.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ซึ่งต้องไปดูข้อกฎหมาย วันนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าใครผิดหรือถูก
เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองมีความต้องการให้ใช้งบประมาณส่วนนี้ แล้วทำให้ ธ.ก.ส.ต้องยินยอม นายนิวัติไชยกล่าวว่า ฝ่ายการเมืองคงไม่กล้าทำผิดกฎหมาย เพราะสุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะหากกฎหมายบอกว่าทำไม่ได้ ก็อย่าไปฝืน อันตราย
“หากผมเป็นรัฐบาลผมก็ไม่ทำหรอก มันตรวจสอบได้ง่าย” นายนิวัติไชยกล่าว
เมื่อถามว่า มีข้อกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่การทุจริตในโครงการหรือยัง นายนิวัติไชยกล่าวว่า เวลานี้ยังมองไม่เห็น
เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าโครงการนี้จะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าว นายนิวัติไชยกล่าวว่า โครงการนี้แตกต่างจากโครงการจำนำข้าว แต่ก็มีประเด็นที่จะต้องจับตา เพราะงบประมาณส่วนนี้สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์การเกษตรของเกษตรกร ดังนั้น ต้องดูว่าจะมีปัญหาการฮั้วกับผู้ประกอบการหรือไม่ มีหลายเจ้าหรือไม่ ถ้ากำหนดว่าจะต้องซื้อปุ๋ยจากเจ้านี้ นั่นแปลว่าล็อก ก็ถือว่ามีการเอื้อประโยชน์ หากมีผู้ประกอบการหลายเจ้า เกษตรกรสามารถเลือกซื้อได้ โดยที่ไม่มีการบังคับก็ถือว่าเป็นอิสระ มีเม็ดเงินเพิ่มเข้ามาในการหมุนเวียนทำการเกษตร ส่วนจะเป็นเกษตรกรจริงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องไปดู
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘จุลพันธ์’ ยันไม่ได้กู้ธ.ก.ส. แจกดิจิทัลวอลเล็ต แค่เป็นกลไกใช้งบประมาณ ชี้ซุปเปอร์แอพพ์ใช้ไม่ถึงพันล.
- จุลพันธ์ แจงเพิ่มทุน ธ.ก.ส. 1 หมื่นล้านบาท ไม่เกี่ยวเงินดิจิทัล
- ‘เผ่าภูมิ’ ปลุก 4 พายุหมุนกระตุ้น ศก.ผ่าน ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ ส่งเม็ดเงิน 5 แสนล้านกระจายทั่วปท.

