‘องอาจ’แนะเก็บ 16 ข้อครม.ไว้ในลิ้นชัก ไม่อยากเจอกลไกเอื้อให้ คสช.อยู่ยาว

‘องอาจ’จี้ กรธ.บัญญัติหลักการปราบโกงให้ชัด หวั่นมีแต่ตัวหนังสือปฏิบัติจริงไม่ได้ แนะคุ้มครอง ปชช.ผู้ให้ข้อมูลทุจริต ตั้งข้อสังเกต 4 ปม สงสัยข้อเสนอ ครม.จ่อสืบทอดอำนาจแบบพิเศษหรือไม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงถึงข้อเสนอเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอเสนอไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เกี่ยวกับประเด็นการป้องกันปราบปรามการทุจริต เพราะแม้ กรธ.จะร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างเข้มข้นแล้ว แต่อยากให้บัญญัติไว้เป็นหลักการเพื่อความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะการทุจริตจะใช้กลไกและกฎหมายตามปกติเป็นเรื่องที่ลำบาก สิ่งสำคัญคือการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งตนเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีกลไกที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามการทุจริต จึงอยากให้ กรธ.เขียนหลักการ และมีกลไกที่ให้ประชาชนทั้งที่เป็นตัวบุคคล องค์กร กลุ่มต่างๆ เข้ามีส่วนร่วม โดยจะต้องมีระบบคุ้มครองประชาชนที่ให้ข้อมูล แจ้งเบาะแส หรือเป็นพยาน มีหลักประกันเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยราชการ ไม่ให้หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วต่อการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน และสร้างกลไกการป้องกันการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม จึงขอให้ กรธ.ร่างสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติมเพื่อให้มาตรการปราบโกงสัมฤทธิ์ผลได้จริง ไม่ใช่มีแต่ตัวหนังสือที่ไม่สามารถปฏิบัติได้

นายองอาจกล่าวถึงข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อ กรธ.ในการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ 16 ข้อว่า ในข้อที่ 16 ตนคิดว่าแม้จะเป็นข้อเสนอที่อยู่บนพื้นฐานความปรารถนาดี แต่ กรธ.ก็ควรจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะแค่เริ่มต้นเสนอไปนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ก็ยอมรับว่ามึนและไม่เข้าใจ อีกทั้งเมื่อได้พบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามถึงเป้าหมายของข้อเสนอดังกล่าว นายวิษณุกลับบอกว่าไม่สามารถยกตัวอย่างปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเห็นว่าเมื่อผู้เสนอกับผู้รับไม่สามารถหาจุดลงตัวในข้อเสนอนั้นได้ กรธ.ก็ควรจะเก็บข้อเสนอนี้ใส่ลิ้นชักดีกว่า เพราะยังไม่ทราบว่าเนื้อหาขอบเขตและบริบทของข้อเสนอจะมีแค่ไหน

นายองอาจกล่าวอีกว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า 1.เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติและประกาศใช้แล้วก็ควรจะให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าตามครรลองการปกครอง ไม่ควรจะมีการบัญญัติเนื้อหาให้ใช้รัฐธรรมนูญแบ่งเป็น 2 ช่วง ซึ่งขณะนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลมีอำนาจค่อนข้างมากอยู่แล้วหากเห็นว่ามีปัญหาอะไรก็ควรจะแก้ไข 2.การที่ ครม.อ้างว่าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองนั้น คิดว่าหากเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ยังมีกลไกต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญค่อนข้างมาก สามารถวางกลไกป้องกันสถานการณ์ที่ถึงขั้นวิกฤตได้ รวมทั้งให้อำนาจองค์กรตามรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้ว จึงไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้าง 3.การที่ ครม.อ้างว่าหลังจัดการเลือกตั้งจะมีปัญหาต่างๆ เกรงว่าประเทศจะเข้าสู่สภาวะล้มเหลว แต่ขณะนี้ทั้ง ครม.และ คสช.ก็มีอำนาจอยู่ในมือ แทบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่แล้ว หากวิตกว่าเรื่องใดจะเป็นปัญหาก็ให้เร่งแก้ไขมากกว่าที่จะไปออกรัฐธรรมนูญรูปแบบพิเศษ และ 4.ข้อเสนอของ ครม.จะมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากว่า ครม. คสช.พยายามวางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจหรืออยู่ยาวในรูปแบบพิเศษต่างๆ ที่วางไว้

“แม้แต่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะธกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังระบุว่ามีการใส่อะไรไว้ในร่างรัฐธรรมนูญจนไม่ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพราะคงอยากจะอยู่ยาว ฉะนั้นถึงแม้ ครม.จะมีเจตนาดีแต่ข้อเสนอนี้น่าจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาไม่เป็นที่ยอมรับจากประชาชนยิ่งขึ้น ซึ่งไม่น่าจะเกิดผลดีต่อใคร ดังนั้นจึงอยากให้ กรธ.ได้พิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบ” นายองอาจกล่าว

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในร่างของ กรธ.จะใกล้เคียงกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) นายองอาจกล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แม้จะลดความเข้มข้นลงในอำนาจหน้าที่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจุดมุ่งหมายของผู้มีอำนาจจะคงเดิมเหมือน คปป.หรือไม่ แต่การที่จะใช้กลไกข้าราชการมากำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ของชาติมีความจำเป็นและเป็นเรื่องปกติ แต่ความผิดปกติคือความพยายามใช้สาระเนื้อหาของยุทธศาสตร์ฯ ไปสู่ยุทธศาสตร์อื่นที่ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนรวม เช่น การสืบทอดอำนาจหรือการขยายเครือข่ายกำกับควบคุมนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งมากจนเกินจำเป็น เมื่อฝ่ายการเมืองเข้าสู่การเมืองปกติก็มีสิทธิที่จะเสนอนโยบายสาธารณะต่อสังคม ดังนั้นการเสนอยุทธศาสตร์ใดๆ หากไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือประเทศ ก็ยากที่จะเกิดการยอมรับ จึงขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคำนึงด้วยว่าต้องเป็นยุทธศาสตร์เพื่อประโยชน์ของประเทศและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

บทความก่อนหน้านี้‘สุพรรณบุรี’ทุ่ม180ล.กร้าวลุ้นแชมป์ลุยศึกเอเชีย-‘บิ๊กท็อป’เผยทีมพร้อมสุดขีด ‘ชัปปุยส์’ฟิตบู๊ช่วงสงกรานต์
บทความถัดไปหนองคายระดับน้ำโขงทำสถิติต่ำสุดในรอบปีอีกครั้ง เสาเข็มใต้ฐานตอม่อโผล่ชัด