หมายเหตุ – นายธีระวัฒน์ รุจินธรรม ผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้กำกับมิวสิกวิดีโอเพลง ประเทศกูมี ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงจุดยืนสำหรับการลงสมัครเพื่อรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดใหม่
200 คน
ผมเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ได้ลงในกลุ่มศิลปิน เพราะเป็นคนที่ทำงานสายศิลปวัฒนธรรม ลงเขตอำเภอเมือง จังหวัดตรัง โดยประกอบอาชีพเกี่ยวกับธุรกิจภาพยนตร์หลักๆ คือการถ่ายทำภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ ช่างภาพ ในช่วงที่ผ่านมามีความรู้สึกที่อาจจะไม่ชื่นชอบรัฐบาลในยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเทศไทยเราเหมือนติดหล่มกับเผด็จการทางทหาร เป็นช่วงเวลาประมาณ 8-9 ปี ที่อยู่ในภาวะความผันผวนของการเมืองไทย สังคมประชาธิปไตยเหมือนถอยหลัง
ปัจจุบัน ต่อให้ไม่มีระบบเผด็จการแล้ว แต่ความเป็นมา หรือการกลายร่าง ซึ่งก็ยังมีดีเทลที่ลักษณะเดิมอยู่ จากที่กลุ่มเผด็จการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เราใช้กันในปัจจุบัน ถูกบังคับใช้ที่อยู่ภายใต้ระบบกึ่งเผด็จการ อำนาจนิยม และประเทศไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้ สิ่งนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่มีมาโดยตลอดในระยะเวลาที่ผ่านมา
จากอาชีพช่างภาพ ในช่วงนั้นเกิดการปฏิวัติขึ้นมา ช่วงนั้นรู้สึกว่าไม่รู้จะใช้วิชาชีพของตนเองอย่างไร การทำงานวงการบันเทิง ค่อนข้างแยกห่างกับการเมือง และบุคคลหลายๆ คนในวงการบันเทิงก็เลือกที่เข้าข้างฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ หรือเอื่อยให้เกิดระบบอำนาจนิยมขึ้นมาเป็นฐานนิยมที่คอยซัพพอร์ตระบบนี้ให้คงดำรงอยู่ อย่างที่ทุกคนทราบกันดี
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้ามามีความสนใจทางด้านการเมือง คือการทำคลิปวิดีโอให้กับเพจเฟซบุ๊ก “พลเมืองโต้กลับ” อีกทั้งก่อนการรัฐประหารก็มีการรณรงค์การเลือกตั้ง ผมก็ได้ทำภาพยนตร์สั้นออกมา ซึ่งก็เป็นการนำวิชาชีพที่ตัวเองมี เพื่อสนับสนุน หรือสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้กับสังคมได้รับรู้ พอหลังรัฐประหารเกิดขึ้น ในกลุ่มเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน ได้มานั่งพูดคุยกัน ว่าเราสามารถทำอะไรกันได้บ้าง ภายใต้ระบบเผด็จการ ก็ได้มาทำคลิปนั่นเอง
หลายๆ คนรู้จักผมจากการทำมิวสิกวิดีโอ “ประเทศกูมี” ในตอนนั้นเกิดขึ้นจากการที่ได้รู้จักกันในทีมงานเบื้องหลังตอนแรกรู้จักแต่คนที่ทำงานร่วมกัน พอมาทำมิวสิกวิดีโอก็รู้จักคนมากขึ้น เป็นภารกิจหน้าที่ หากระบบไม่ชอบธรรม หรือว่าสังคมไม่ชอบธรรม ยังเป็นแบบนี้ เราอยากจะให้บ้านเมืองดีขึ้นให้เป็นประชาธิปไตย เราอยากให้มนุษย์ทุกคนเท่ากัน เราก็ควรจะทำ ในตอนนั้นการทำมิวสิกวิดีโอก็ไปกระแทกกับระบบ คสช. ซึ่งก็ได้รับแรงย้อนกลับพอสมควร
เมื่อระบบเผด็จการกลายร่าง ประชาชนที่สนใจการเมือง หรือชาวบ้าน เขาก็สามารถรับรู้ได้ว่ายังคงเหมือนเดิม องค์ประกอบเดียวกัน ถึงแม้จะอยู่ในชื่อเรียกที่แตกต่างกัน มีความพยายามที่จะแต่งตั้งองค์กรอิสระ หรือองค์กรที่มีอำนาจที่จะตัดสิน รวมถึงรัฐธรรมนูญ 2560 พอเสร็จสิ้นหลังจากนั้นก็มีช่วงที่ผมป่วยเป็นมะเร็ง ก็ได้พักรักษาตัว ในกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่ก็ยังติดตามผ่านสื่อต่างๆ มาโดยตลอด
ปัจจุบันก้าวสู่เส้นทางสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งยุคเก่าที่กำลังจะหมดวาระลง เราเห็นอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นจากอำนาจ ส.ว.ที่มี 250 คน เรารู้ถึงแอ๊กชั่นที่เขาทำว่าคืออะไร จุดมุ่งหมายของเขาคือ ไม่อยากให้ระบบสังคมมันเปลี่ยน คงรักษาอำนาจเดิมไว้ กลุ่ม ส.ว.เป็นกลุ่มหลักที่จะเป็นกลไกหลักในการค้านอำนาจในรัฐสภา รวมถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็เห็นได้ชัด อำนาจของกลุ่ม ส.ว.เป็นอำนาจของกลุ่มต่อรอง
คำว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือ “ผลไม้พิษ” ในตอนนั้นเราก็อ่านแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะสำแดงฤทธิ์ อนุภาคอะไรหลากหลายอย่าง แบบที่บรรจุในรัฐธรรมนูญมาได้ขนาดไหน จนล่าสุดเราก็เห็นแล้วว่าผลไม้พิษนี้ มันส่งผลมากมายเช่นนี้เอง ซึ่งบทบาทมันยากมากเลยที่ประเทศจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้

เมื่อผมรอดตายจากโรคมะเร็งมาได้ ก็ได้กลับมาถ่ายภาพยนตร์เหมือนเดิม ก็มีความคิดว่าผมอายุ 58 ปี แล้วจะมีความหวังอะไรในชีวิตอีกไหม การผ่านภาวะการรอดตายมันก็ทำให้มองเห็นว่า เราควรจะทำอะไรบางอย่าง ธรรมชาติของมนุษย์เกิดมาแล้วก็ต้องตาย ในอาชีพของผมในงานภาพยนตร์มักมองว่าการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่น่าสนใจ เขาไม่สนใจ แต่พอได้คุยกับเพื่อนที่มีความสนใจทางด้านการเมืองก็มีอยู่ เมื่อโอกาสมันเปิด กับการที่จะกระโดดเข้ามา การสรรหา ส.ว.ก็เป็นสนามที่น่ารอง เมื่อระบบเปิด มันก็เหมือนเป็นการสู้อีกหนึ่งทาง ซึ่งก็เหมือนกับการสู้ผลงานศิลปะที่เราเคยได้ทำ เพื่อซัพพอร์ตประชาธิปไตยนั่นเอง ซึ่งเป็นที่มาในการลงสมัครในครั้งนี้
ซึ่งประเด็นหลักของผมมีเพียง เมื่อ ส.ว.เป็นผู้มีสิทธิร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ผมก็อยากมีโอกาสเป็นหนึ่งเสียงนั้น เพราะรัฐธรรมนูญผลไม้พิษ ที่มันติดมาจากคณะรัฐประหาร ให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
การตัดสินใจลงสมัคร ส.ว. นั่นไม่นานเลย ผมรับใบเอกสารแจกจากไอลอว์มาที่มีการอธิบายว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ว. ระเบียบการเลือกตั้งว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ผมอ่านคุณสมบัติตนเอง อายุได้ อาชีพได้ เงื่อนไขทุกอย่างได้ เสียเงิน 2,500 บาท ซึ่งก็สามารถเสียได้ สบายๆ อยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนอะไร จึงใช้เวลาไม่นานเลยในการเสนอตัวเป็นว่าที่ผู้ลงสมัคร ส.ว. ถึงแม้จะได้ หรือไม่ได้ ก็ไม่ได้กังวลอะไรเลย เพราะอาชีพของผมไปอยู่ตรงอื่นมากกว่า
จำนวนเงิน 2,500 บาท มองว่าสูงไปถ้าสำหรับคนทั่วไป ในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นแบบนี้ คนที่มีรายได้น้อย ก็จะเป็นอุปสรรคนิดหนึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายควรจะฟรีด้วยซ้ำ ไม่ต้องเสียค่าสมัคร เพราะบางคนฐานะไม่เท่ากัน แต่ว่าไม่เป็นไร เราก็เห็นข้อจำกัดเยอะแยะที่มากกว่าค่าสมัคร 2,500 บาทอีก เข้าไปหรือว่าเกิดกระบวนการจริง เราก็ไม่รู้ว่าระบบหรือว่าดีเอ็นเอของคณะรัฐประหาร มันจะสำแดงอย่างไรต่อ แต่โดยเริ่มต้นถ้าถามว่า 2,500 บาทแพงไหม ผมคิดว่าแพงไป ควรจะไม่มีการเก็บตังค์เสียด้วยซ้ำ น่าเสียดายสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถลงสมัครได้

มีกลุ่มเปราะบางต่างๆ อย่างเช่นกลุ่มอาชีพที่ไม่ได้เข้าร่วมต่างๆ อาทิ ชาวนา ชาวไร่ เอาง่ายๆ คือระบบสืบทอดอำนาจตรงนี้ มันต้องตั้งเงื่อนไขที่เยอะแยะ ยุ่งยาก และซับซ้อนอยู่แล้ว เพื่อป้องกันทำให้เห็นว่าช่องว่างตรงนี้ของประตูตัวนี้ เปิดเฉพาะเครือข่ายของคนชนชั้นนำอย่างเดียว ในเมื่อลงสังเวียนของเขา ก็ต้องยอมรับกฎตรงนี้ให้ได้ แต่อย่างว่าประเทศเราจะพูดว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มที่มันไม่ได้ เป็นเผด็จการแฝงร่างมากกว่า
สำหรับความคาดหวังของบทบาท ส.ว.ชุดใหม่จะเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวที่เราเห็นตรงนี้เยอะพอสมควร หมายถึงว่ากลุ่มสมัคร ส.ว.ส่วนใหญ่เราจะไม่รู้จักเลยว่า เขามาจากไหน อะไรบ้าง อยู่ๆ เขาก็โผล่มา ซึ่งทำให้เข้าใจว่าเป็น ส.ว.จากฐานอำนาจของกลุ่มเรา เป็นฐานกลุ่มการเมือง ท้องถิ่น ผู้สมัคร ส.ว.หลายคนก็ดูแปลกหน้าแปลกตาขึ้นมา และมีการรู้จักกันก่อน เห็นโปรไฟล์เขาก่อน ผมว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร หมายถึงว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตยชนะ เพียงแต่ว่าหลุดลอดบางสิ่งบางอย่างกันบ้าง และมีเสียงที่แตกต่าง และก็ความหวังที่จะผลักดันสังคมให้ไปข้างหน้า ซึ่งก็คิดว่าร่วมกันสู้ในระบบตรงนี้ ดูจากหน้าตาของผู้สมัครจากกลุ่มที่เป็นประชาธิปไตย หรือว่ากลุ่มที่เราดูโปรไฟล์มาก่อนว่าเขามีความคิดแบบนี้ ผมคิดว่า ส.ว.ชุดถัดไป น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรโดยความคาดหวัง
ภารกิจสำคัญคือ การอยากแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อเรารู้กันว่าการโหวตเพื่อแก้รัฐธรรมนูญฝั่งอำนาจนิยม วางเงื่อนไขไว้แข็งแรงมาก จนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมีคนลงเสียงในสภา 1 ใน 3 แต่ผมก็ยังมีหวัง หากโชคดีผมได้เข้าไปเป็น ส.ว. ก็เป็นภารกิจที่คุ้มค่ามากมายแล้ว และก็เป็นกฎหมายในการคุ้มครองประเทศ เราต้องเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญก่อน เพราะเป็นผังและอำนาจที่ประชาชนใช้นั่นเอง

