เลขาฯป.ย.ป.เผยจีบ”ศุภชัย-พล.อ.เอกชัย”นั่งผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ย.ป.เหลือรอการตอบรับ เร่งทำให้จบในวันนี้ก่อนส่งชื่อให้นายกฯออกคำสั่งแต่งตั้ง พร้อมถกเช็กสต๊อกยุทธศาสตร์ชาติ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ย.ป.ว่า ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ 30-40 คน โดยจะมาจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา สังคม สิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารแผ่นดิน ตามโจทย์ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ ป.ย.ป.ตั้งไว้ คือไม่ใช่แค่เพียงมาให้คำปรึกษา แต่ต้องมาขับเคลื่อนได้ด้วย ทั้งนี้ความจริงนายกฯ อยากได้คนหนุ่มสาวเข้ามาทำงาน แต่คิดว่าหนุ่ม-สาว เหมาะกับการเข้ามาระดมสมองทำเรื่องใหม่ๆ โดยส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ จะไปอยู่ในส่วนของคณะกรรมการทั้ง 4 ชุด เน้นไปอยู่ที่คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศมากหน่อย เพราะมีการทำงานในหลายมิติ ทั้งพลังงาน การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายสุวิทย์กล่าวว่า ทั้งนี้ บุคคลที่จะเชิญมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒินั้น ขณะนี้ตอบรับแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างการทาบทาม ซึ่งบางคนยังติดต่อไม่ได้หรือบางอยู่ต่างประเทศ ซึ่งรายชื่อดังกล่าวต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์และนำเรียนนายกฯในวันเดียวกัน เพื่อออกเป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรีต่อไป สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการทาบทามและรอการตอบรับ หรือบางท่านยังติดต่อไม่ได้ อาทิ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (ยูเอ็นซีทีเอดี) และอดีตผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการค้าโลก (ดับเบิลทีโอ) พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการและบุคลากรของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ตนจะประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเช็กสต๊อกยุทธศาสตร์กระทรวงได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ตอบโจทย์หรือไม่ อยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่ ถือเป็นทางเทคนิค และนายกฯได้ให้โจทย์การทำยุทธศาสตร์ภาค สรุปคือในอนาคต จะมียุทธศาสตร์ชาติ จะประกอบด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวง และยุทธศาสตร์ภาคด้วย ที่นายกฯได้เน้นเร่ิมด้วยให้งบแสนล้านบาทใน 18 กลุ่มจังหวัดเป็นจุดเร่ิมต้น เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม มีผู้รับผิดชอบโดยตรง โดยมองว่าการบริหาร 18 กลุ่มจังหวัดเยอะไปหน่อย และไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไหนควรจะเป็นหลัก แต่แบ่งยุทธศาสตร์ภาคเป็น 6 ภาค กระทรวงมหาดไทยก็จะรับลูกมีรองปลัด 6 คนรับผิดชอบ อย่างแยกไปเป็นภาคตะวันออก หรือแยกส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บวกกับอีก 2 จังหวัด เป็นต้น เมื่อมีเจ้าภาพชัดเจน งบประมาณชัดเจน อยู่ที่ว่ายุทธศาสตร์ชาติชัดเจนหรือไม่ จะมีทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ยุทธศาสตร์ภาค และยุทธศาสตร์กระทรวง บูรณการการทำงาน
เลขานุการ ป.ย.ป.กล่าวว่า ทั้งนี้ นายกฯได้แนะนำว่า ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องผ่านนายกฯแล้ว สามารถดำเนินการผ่านรองนายกฯได้เลย เพื่อขับเคลื่อนไปในทันที อาจจะมีการประชุมป.ย.ป.เพียงเดือนละ 1 ครั้ง ส่วนเรื่องของการปฏิรูป ที่เบื้องต้นในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)ได้กำหนดเบื้องต้น 27 วาระปฏิรูปเร่งด่วน โดยตนได้หารือกับพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร และพล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ และหารือกับร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธาน สปท.แล้ว คือสปท.จะมีการขยับวาระการปฏิรูปเล็กน้อย เพื่อเชื่อมต่อการปฏิรูปของรองนายกฯ ทั้ง 6 ท่าน โดยสปท.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)จะพูดคุยวงเล็กแบ่งเป็น 6 วงใน 6 ด้านของรองนายกฯ สรุปให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ถือเป็นการทำงานร่วมกันของแม่น้ำ 3 สาย เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันและไม่เกิดการทับซ้อน จากนั้น จะมีการประชุมของคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ

