‘ยิ่งชีพ’ ซัด ‘เกณฑ์สมัครส.ว.’ คลุมเครือ วอนกกต.ฟันให้ชัด-ปชช.มึนไม่รู้ใครลงสมัครใกล้บ้าน
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ (BACC) ณ ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) จัดกิจกรรม “แสดงตนทุกคนเป็นสว.” โดย จำลองการเลือก ส.ว. 2567 เพื่อให้ประชาชน หรือ ผู้ประสงค์สมัครเพื่อคัดเลือกเป็น ส.ว. ชุดใหม่ เกิดความรู้และความเข้าใจในกระบวนการเลือก ส.ว. ซึ่งมาจากการเลือกกันเองภายใน 20 กลุ่มอาชีพ
เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ประชาชน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ว.ชุดใหม่ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม เดิมทางหลั่งไหลมาร่วมกิจกรรมมากมาย อาทิ นาง จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ร่วมก่อตั้งสื่อประชาไท, รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก, นายศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ศิลปินชื่อดัง, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก ผู้ร่วมชุมนุมและผู้ต้องหาคดีทางการเมือง, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
พร้อมด้วย นายธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ผู้ก่อตั้งคณะละคร B-Floor, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw), นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีต ส.ว. และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ดวงประทีป, นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง , นาย อรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์ นักต่อสู้เพื่อสิทธิคนพิการ , น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.และนายประกิต กอบกิจวัฒนา ศิลปินและครีเอทีฟชื่อดัง เป็นต้น

โดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกิจกรรมว่า บรรยากาศทุกครั้งที่จัดกิจกรรมคึกคัก ตนชื่อว่ามีคนหลายพันคนในประเทศนี้ พร้อมแล้วที่จะลงสมัครโดยประสงค์ที่จะเป็น ส.ว.
“สิ่งที่อยากเห็นมากกว่า คือ อยากเห็นคนที่สมัครมากขึ้นเรื่อยๆ สมัครเพื่อไปโหวต ตัวเองจะเป็นหรือเปล่าไม่รู้หรอก อาจจะเป็นก็ได้หรือไม่เป็นก็ได้ สมัครเข้าไปก่อน จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ
เวลาเกิดอะไรขึ้นในห้องที่เขาเลือกกัน ก็จะได้ม่คนเห็นเยอะๆ แล้วออกมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้คิดว่าคนไม่สนใจ แต่เพราะเงื่อนไขมันเยอะมาก ตั้งแต่เงินค่าสมัคร 2,500 บาท หรือ ห้ามเป็นนู่นเป็นนี่” นายยิ่งชีพเผย
นายยิ่งชีพกล่าวว่า วันนี้ทุกคนต้องไปอำเภอ หรือสำนักงานเขต ไปเอาใบสมัครมาก่อน คนมันไม่ได้ว่างตลอดกระบวนการนี้ หรือกว่าจะรู้ว่าเลือกเมื่อไหร่ ไม่รู้กำหนดการก็ไม่สามารถวางแผนชีวิตได้
“หลายคนก็ไม่ได้สมัครเพราะไม่ว่าง ก็น่าเสียดาย มีหลายคนอย่างรวมกระบวนการนี้เยอะเป็น 10 ล้านคน แต่คนที่จะคุณสมบัติผ่านตัวกรองเข้าไปได้ จะถึงแสนคนรึเปล่ายังไม่แน่ใจ” นายยิ่งชีพระบุ
นายยิ่งชีพกล่าวว่า ระบบมีความยุ่งยาก เห็นได้จากทุกครั้งที่เราจัดงาน เราได้จำลองเลือกหลายครั้ง มันจะเห็นการเกิดข้อผิดพลาดหลายแบบ เราก็ทำไปเรื่อยเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เราก็ห่วงเจ้าหน้าที่ทำหน้างาน เขาทำครั้งแรก เขาไม่ได้ซ้อมเหมือนเรา ไม่รู้ว่าเขาจะตอบคำถามได้ไหม ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ปวดหัวพอสมควร
“คิดว่าวันจริงไม่ลื่นแน่นอน เดาว่าวันจริงมันจะมีคำถามที่พอทำไป แล้วมันจะสะดุด ไปเปิดระเบียบ แล้วค่อยๆคุยกัน ดูคำวินิจฉัย แล้วก็เดินต่อไปได้ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น” นายยิ่งชีพเผย
นายยิ่งชีพกล่าวว่า เราเห็นว่าระเบียบคุณสมบัติครั้งนี้เละเทะ ซึ่งเราอยากเห็น กกต.เคาะอะไรบ้าง เช่น แบบไหนเรียกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งไหนสมัครได้ ถือหุ้นสื่อก็มีหลายคำวินิจฉัยของศาลหลายอันที่ไม่ตรงกัน และ กกต.ก็ไม่ได้ชี้ชัด
“มีคำถามอีกหลากหลายที่ประชาชนก็ถามเราเข้ามา เราเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เราก็ต้องรอท่าน กกต.ชี้แจง ท่านจำเป็นต้องช่วยฟันมา หลายครั้งก่อนหน้าที่ กกต.ตอบว่า เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับอำเภอ คือ นายอำเภอ แปลว่า 800 กว่าอำเภอจะมีคนที่มีอำนาจฟัน 800 กว่าคน ที่อาจจะฟันไม่ตรงกัน ดังนั้นมาตรฐานมันจะไม่มี
กกต.ฟันมาเถอะ แล้วถ้าคนไม่เห็นด้วย เดี๋ยวเขาก็ไปร้องเองแล้วให้ศาลตัดสิน แต่ถ้าไม่ฟันเลยมันเดินต่อไม่ได้ มันจะอยู่ในความคลุมเครือ ขมุกขมัว” นายยิ่งชีพระบุ

นายยิ่งชีพกล่าวว่า พี่น้องประชาชนทุกคนตอนนี้ไม่รู้เลยว่า ใครลงสมัคร ส.ว.บ้าง นึกถึงตอนเลือกตั้ง ส.ส. เรารู้อยู่แล้ว ทุกคนประกาศตัว ขึ้นรถแห่หาเสียง แต่เลือก ส.ว.เราไม่รู้เลยว่า บ้านเรา อำเภอเราใครลงสมัครบ้าง
“ขอแค่ประชาชนมีสิทธิรู้ยังไม่ได้เลย ได้เพียงแค่เปิดข่าว ดูข่าวก็จะมีเรื่องกว้างๆ ไม่สามารถลงลึกได้ว่า ใครจะลงสมัครบ้าง ลงไปจะทำอะไร ใครเป็นตัวเต็งหรือไม่เต็ง ซึ่งบรรยากาศมันน่าอึดอัด” นายยิ่งชีพเผย
นายยิ่งชีพกล่าวว่า ตนคิดว่าเราควรที่จะสามารถพูดได้เต็มที่ ควรจะขึ้นรถแห่ปราศรัย เปิดเวที แต่ว่า กกต.ไม่เอา ดังนั้นทุกคนน่าจะพูดได้ถึงพรุ่งนี้วันสุดท้าย
“ตอนนี้กระบวนการชัดเจนแล้ว ถ้าท่านอยากมีสิทธิเลือก ท่านต้องไปสมัคร เพื่อจะได้มีสิทธิเลือก ถ้าอยากรู้ว่ามีใครสมัครบ้าง ต้องไปสมัคร เพื่อที่เขาจะได้ส่งข้อมูลมาว่า มีใครสมัครบ้าง
ถ้าท่านอยากเข้าไปอยู่ในห้องที่เขาเลือก ไปดูว่ามีใครโกงรึเปล่า ไปดูว่ามีใครนับคะแนนผิดรึเปล่า ท่านก็ต้องสมัครถึงจะเข้าไปนั่งได้ แล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสมัครได้ในกระบวนการนี้ และใครที่มีคุณสมบัติสมัครได้ ไปสมัครเถอะ” นายยิ่งชีพทิ้งท้าย

