ดีเอสไอไม่รับคดี “บิลลี่”หายตัวเป็นคดีพิเศษ แจง 3 เหตุผล – อนุกสม.ถกชงยื่นใหม่

อนุกสม.ถกปมดีเอสไอไม่รับคดี “บิลลี่”หายตัวเป็นคดีพิเศษ ด้านดีเอสไอ แจง 3 เหตุผล ทำไปต่อไม่ได้ “อังคณา”เชื่อ หากทำเต็มที่ไม่เกินความสามารถ เล็งให้ “แม่บิลลี่” ยื่นร้องใหม่ แก้ปัญหาเมียไม่ได้จดทะเบียนจึงเป็นผู้ร้องไม่ได้

เมื่อเวลา11.30น. ที่สำนักคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและการเมือง ที่มีนางอังคณา ลีละไพจิตร กรรมการกสม.เป็นประธาน ได้ประชุมพิจารณากรณี น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ (มึนอ) ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกระเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้ร้องเรียนว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ไม่รับคดีนายบิลลี่หายตัวไปเมื่อปี57 เป็นคดีพิเศษ โดยได้มีการเชิญภรรยานายบิลลี่ ตัวแทนดีเอสไอ และผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าหารือ ทั้งนี้ นางอังคณา กล่าวหลังการประชุมว่าน.ส.พิณนภา รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังดีเอสไอ ไม่รับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งจากการสอบถามตัวแทนดีเอสไอ ให้เหตุผลว่า ได้สืบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วไม่สามารถสรุปเรื่องได้ ทำให้มีผลต่อตัวชี้วัดของดีเอสไอประกอบกับ น.ส.พิณนภา ไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบิลลี่ แต่ถ้าหากพบตัวหรือศพนายบิลลี่ ทางดีเอสไอจึงจะดำเนินคดีต่อได้

อย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอก็จะส่งเอกสารเหตุผลที่ไม่รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษมาให้ ทางกสม.ก็จะได้นำมาศึกษาและสรุปเนื่องจากที่ผ่านมาอนุฯทำเรื่องการสูญหายมาหลายกรณี และเปรียบเทียบการทำคดีบุคคลสูญหายในต่างประเทศด้วย ซึ่งเห็นว่าตามพ.ร.บ.คดีพิเศษ 2547ดีเอสไอมีอำนาจมากพอสมควรที่จะสืบสวนสอบสวนได้มากกว่านี้ และหากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษจะมีช่องทางที่สามารถ นำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ จึงจะมีการทำหนังสือถึงดีเอสไอสอบถามว่าจะมีแนวทางที่จะทำคดีนี้อย่างไร

“วันนี้ดีเอสไอ แค่สืบสวน แต่ไม่ได้สอบสวน ดังนั้นเราคิดว่า ถ้าได้ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งสืบสวนและสอบสวนก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของดีเอสไอ การที่ น.ส.พิณนภา ไม่ได้จดทะเบียนสมรสทำให้ดีเอสไอไม่รับเรื่อง เพราะไม่มีภรรยาตามกฎหมายนั้น คิดว่าอาจจะให้มารดานายบิลลี่มาเป็นผู้ยื่นร้องใหม่ หรือมอบอำนาจให้ภรรยานายบิลลี่ดำเนินการจะให้ ซึ่งดีเอสไอก็น่าจะสอบสวนได้แล้วเพราะกฎหมายให้การรับรอง แต่ก็ยอมรับว่า การจะไปตามหาแม่นายบิลลี่ไม่ใช่เรื่องง่าย”นายอังคณากล่าว

ด้าน น.ส.พิณนภา กล่าวว่า ถ้าดีเอสไอยื่นมือเข้ามาช่วย ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยได้ แต่พอทางดีเอสไอปฏิเสธรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ ก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งจากที่ตนได้พูดคุยกับทางดีเอสไอ เมื่อครั้งที่ได้เข้ามาในพื้นที่ บอกว่าทางดีเอสไออยู่ไกลและไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ชำนาญในพื้นที่ ถ้าตำรวจติดตามคดีนี้ชำนาญในพื้นที่มากกว่า ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จริงๆ คดีจะไม่มีความคืบหน้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กาตาร์’เผยตัวเลขเตรียมงานบอลโลก 2022 สัปดาห์ละเกือบ 2 หมื่นล้านบาท!
บทความถัดไป“My Kitchen” มิติใหม่ของแหล่งแฮงค์เอ้าท์ใจกลางกรุง