ส.ส.ก้าวไกล ชี้ไฟไหม้โรงงานสารเคมี ระยอง ต้องทบทวนมาตรการใหม่ให้สอดคล้องความจริง ทั้งแผนประเมินความเสี่ยง-อพยพ ปชช. เตรียมชงเข้าที่ประชุม กมธ.อุตสาหกรรม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่รัฐสภา น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีเพลิงไหม้โรงงานถังเก็บสารไพโรไลซิส แก๊สโซลีน บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด อ.มาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 ราย ว่าขอแสดงความเสียใจกับที่ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ขอชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ นักผจญเพลิงที่ได้รีบเข้าระงับเหตุกันอย่างเต็มความสามารถ แม้จะระงับเหตุได้ แต่ยังเกิดปัญหาอุปสรรคหลายอย่างที่อาจเป็นสาเหตุไม่สามารถควบคุมเพลิงได้รวดเร็วทันท่วงที การแจ้งเหตุ การสื่อสารกับประชาชน และสื่อมวลชนค่อนข้างน้อย ล่าช้า ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความตระหนก ความสับสนกับประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ทราบว่าจะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร มีชุมชนใดต้องอพยพ อพยพไปที่ใดถึงจะปลอดภัย
น.ส.กมลทรรศน์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การเฝ้าระวังคุณภาพอากาศของหน่วยงาน การดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นสุขภาพประชาชนในพื้นที่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ การตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็นไปตามกับทิศทางลมหรือไม่ เนื่องจากปลายทางของทิศทางลมที่พัดพาควันจากเพลิงไหม้ไปทาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง แต่จุดวัดคุณภาพอากาศยังอยู่ที่ชุมชนตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้าม ขณะเดียวกันมีประชาชนได้รับผลกระทบสุขภาพ เช่น ระคายเคืองผิว แสบตา แสบคอ เวียนศีรษะ อาเจียน มีผู้ป่วยเข้ารับการตรวจสุขภาพในพื้นที่พบว่าแสดงอาการถึงกว่า 100 คน ในจำนวนนี้อาการหนัก 60 กว่าคน แต่ตัวเลขการตรวจวัดคุณภาพอากาศกลับบอกว่าปกติ
น.ส.กมลทรรศน์กล่าวว่า ขอถามว่าใช้เกณฑ์ใดในการตรวจวัด ซึ่งตนในฐานะรองประธาน กมธ.อุตสาหกรรม จะนำข้อสังเกตดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม กมธ. วันที่ 15 พ.ค.นี้ เพื่อจะได้พิจารณาเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นิคมอุตสาหกรรม และบริษัทธุรกิจในนิคมมาชี้แจงต่อ กมธ.เพื่อหาแนวทางป้องกันรับมือต่อไป
“เราควรมาร่วมกันป้องกัน ปรับปรุง ทบทวนมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนการป้องกันเหตุ การประเมินความเสี่ยงแผนฉุกเฉิน แผนเผชิญเหตุ แผนอพยพประชาชน แผนการสื่อสารกับประชาชนและสื่อมวลชน รวมถึงแผนการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง จ.ระยอง ได้ถูกประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษตั้งแต่ปี 2552 แต่กลับมีจำนวนโรงงานเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ดังนั้น การประเมินศักยภาพการรองรับมลพิษจากอุตสาหกรรมต้องมีการทบทวนหรือไม่ ศักยภาพการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระดับจังหวัดควรต้องมีการทบทวนหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมสร้างผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น จ.ระยอง ควรมีมาตรการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินแบบข้อความส่งตรงประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับมือเหตุการณ์ ขณะที่ส่วนราชการควรสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน ง่ายต่อการบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดย จ.ระยอง อาจสร้างเป็นโมเดลในการดำเนินการ” น.ส.กมลทรรศน์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อาลัย หนุ่มพนักงาน พยายามปิดวาล์วถังแก๊สโซลีน มาบตาพุดแทงค์ โดนแรงบึ้มเสียชีวิต
- CEO เอสซีจี เคมิคอลส์ ขออภัยชาวมาบตาพุด รับปากกำจัดน้ำ-โฟมถูก กม. ไม่ให้ปนเปื้อน

