กมธ.ความมั่นคง ลุยแคมป์แม่หละ พบผู้ลี้ภัยเป็นอยู่แออัด เข้าไม่ถึงการศึกษา ‘โรม’ ลั่น ’40 ปีนานไปแล้ว’ ควรหาทางออก ดึงเข้าระบบแรงงาน-ส่งประเทศที่สาม
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ จ.ตาก คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ., นายมานพ คีรีภูวดล รองประธาน กมธ., นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม, นายปิยรัฐ จงเทพ, นายยูนัยดี วาบา คณะ กมธ. เข้าเยี่ยมพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมียนมาที่หลบหนีภัยสู้รบเข้ามาตั้งแต่ปี 2527 รอส่งต่อไปยังประเทศที่สาม เป็นค่ายใหญ่ที่สุดใน 9 ค่าย มีผู้อาศัยประมาณ 40,000 คน และมีปัญหาด้านสิทธิ สถานะ และสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยคิดภาพศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นพื้นที่โล่งในป่า แต่พบว่าที่นี่ไม่ต่างกับชุมชนแออัด มีความแออัดจริง ผู้คนดิ้นรนในการมีชีวิตในแต่ละวัน พบว่ากลุ่มผู้ใหญ่อาจคุยภาษาไทยไม่ถนัด แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นก็คุยเข้าใจเพราะหลายคนผ่านการศึกษาไทยมาบ้าง แต่หลายคนไม่สามารถเรียนต่อระดับสูงได้เพราะค่าใช้จ่ายสูง

“ผมเคยได้ยินว่าบางครั้งต่างชาติที่ถูกจับดำเนินคดี ถูกคุมขังในเรือนจำ เขายังเข้าถึงสิทธิการศึกษาและได้เรียนจบระดับปริญญาตรีได้ แต่หลายคนที่นี่ การเรียนการสอนภาษาไทยในค่ายยังทำไม่ได้ เป็นเรื่องแปลกมากที่มีการกีดกันเรื่องการศึกษา หากเราทำให้เป็นระบบ เรื่องการศึกษาจะไม่มีใครตกหล่น เขาควรได้รับสิทธินั้น” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การที่ กมธ.มาที่ค่ายแม่หละเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์หลายส่วน และเราเองก็รู้สึกเซอร์ไพรส์ เพราะเราก็อยากเห็น แต่ในฐานะ กมธ.ที่ติดตามเรื่องชายแดน ถ้าเราไม่ได้เข้ามาที่นี่เลยคิดว่าก็คงไม่ใช่ กมธ.ชายแดน วันนี้ได้เห็นสภาพความจริงแล้ว

“40 ปีนานไปแล้ว น่าจะมีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร หากจะนำเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในช่วงที่ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขาดแคลนแรงงาน หากเขาเข้าสู่ระบบ ได้ทำงานหาเงินเสียภาษี เลี้ยงดูตัวเองและประเทศชาติ หากใครประสงค์ไปประเทศที่สามก็ไปได้ แต่ไม่ควรต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว” นายรังสิมันต์กล่าว


