‘ร่มธรรม’ ซัด 8 เดือน รบ.บริหารประเทศไม่ได้ตามที่พูด ไล่ไปอ่านโบรชัวร์ที่หาเสียง แล้วทำตาม 1-2 อย่างให้ศก.ดีขึ้น

‘ร่มธรรม’ ซัด 8 เดือน รบ.บริหารประเทศไม่ได้ตามที่พูดไว้ ไล่ไปอ่านโบรชัวร์ที่หาเสียงไว้ แล้วทำตาม 1-2 อย่างให้ ศก.ดีขึ้น อย่ามัวแต่นั่งด่าแบงก์ชาติไปวันๆ

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความไม่ลงรอยระหว่างรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะมีภารกิจแตกต่างกัน รัฐบาลมีหน้าที่บริหารเพื่อทำให้เศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นคึกคักเติบโต ขณะที่ ธปท.มองที่เสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก จึงต้องมองภาพระยะยาว และจำเป็นต้องมีความเป็นอิสระจากรัฐบาลเพื่อไม่ให้นโยบายของรัฐส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเงิน เพราะหากมีข้อผิดพลาด ผลกระทบอาจลามเป็นลูกโซ่ก่อเป็นวิกฤตเศรษฐกิจร้ายแรงได้ แต่แม้จะมีจุดยืนที่ต่างกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานร่วมกันไม่ได้ ซึ่งจะต้องอาศัยการพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อเดินนโยบายให้สอดรับกันโดยมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบอย่างรอบคอบรอบด้าน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องคิดให้ถี่ถ้วน อย่าอหังการในอำนาจของตัวเองเกินไป ใครแสดงท่าทีไม่ตรงกับใจก็พยายามกำจัดโดยไม่สนใจว่าจะทำลายหลักการใดๆ โดยเฉพาะความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นหลักการสากลที่ไม่ว่าประเทศไหนๆ ก็ยึดถือ

นายร่มธรรมกล่าวต่อว่า ตนเห็นการดิสเครดิตโดยอ้างเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางแล้ว ยิ่งรู้สึกอนาถใจแทน เพราะปัญหาของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลอ้างนั้นสะท้อนน้ำยาในการบริหารประเทศของรัฐบาลทั้งสิ้น อย่าลืมว่า ถึงตอนนี้เป็นเวลา 8 เดือน หรือเกือบ 1 ปีแล้วที่รัฐบาลบริหารประเทศ แต่ทำอะไรไม่ได้ตามปากพูดสักอย่าง จึงทำให้เกิดปัญหาอย่างที่รัฐบาลอ้างถึง และทุกวันนี้รัฐบาลยังฝากความหวังการฟื้นเศรษฐกิจไว้ในตะกร้าใบเดียว โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่อย่าลืมว่าต่อให้โครงการนี้เดินไปได้จริง กว่าจะได้ใช้เงินก็คือปลายปี จึงเท่ากับว่ารัฐบาลทิ้งเวลาไว้เฉยๆ ไป 1 ปี โดยแทบไม่มีมาตรการใดๆ มาแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนแบบจริงจังเลย และต้องเสียเวลาเพราะรอโครงการที่คิดไปทำไป ทำให้พี่น้องประชาชนมีต้นทุนชีวิตที่สูงมากขึ้น แต่เรื่องที่รัฐบาลควรทำมากที่สุดในเวลานี้ คือการผลักดันนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ทุกประการ ไม่ใช่การเอา ธปท.มาเป็นแพะ เพราะไม่ยอมหนุนเงินดิจิทัลฯ และลดดอกเบี้ยนโยบายตามใจรัฐบาล

นายร่มธรรมกล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องส่งเงินตรงไปให้ถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ตั้งแต่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างน้อย 400 บาท และขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีกินมีใช้ มีศักดิ์ศรี พร้อมกับควรรีบไปผลักดันเบี้ยผู้สูงอายุให้ถึงหลักพันบาทถ้วนหน้า รีบไปสร้างขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุม เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง รวมไปถึงเรื่องตั๋วร่วม 20 บาทตลอดเส้นทาง ก็ขอให้เร่งทำให้ได้จริงเสียที ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานต่างๆ ควรรีบไปเจรจากับเอกชนให้เอาเปรียบประชาชนลดลง ไม่ใช่นั่งดูเขาเป็นเสือนอนกิน นอนอ้วนมา 8 เดือนแล้ว แถมยังประเคนสัมปทานใหม่ๆ เข้าไปอีก

Advertisement

“ที่ผมกล่าวมานั้น ไม่ใช่นโยบายของใครเลย แค่ขอให้ย้อนกลับไปอ่านโบรชัวร์หาเสียงของตัวเองแล้วทำตามบ้าง สักหนึ่งหรือสองนโยบายก็ยังดี แค่นี้เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นโดยไม่ต้องเอาแต่นั่งด่าแบงก์ชาติไปวันๆ อยากฟื้นเศรษฐกิจปากท้องและคุณภาพชีวิต ก็ควรเริ่มจากการดูนโยบายของตัวเองแล้วทำตามนั้น ก็จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนได้โดยไม่ต้องด่าใครเลย” นายร่มธรรมกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image