หน้าแรก การเมือง เลขา กกต.ติวส...

เลขา กกต.ติวสื่อ เลือกส.ว. ‘สัมภาษณ์-จัดเวทีวิเคราะห์’ ได้ แก้กฎให้แนะนำตัวผ่านโซเชียล

14.05.24 | 16:17 น.

เลขากกต. เปิดเวทีติวสื่อแจงแนวปฏิบัติเลือกส.ว. ยันสัมภาษณ์-จัดเวทีวิเคราะห์ได้ แก้กฎให้ผู้สมัครแนะนำตัวผ่านโซเชียล เปิดทางประชาชนมีส่วนร่วม มั่นใจได้ 200 วุฒิสภาตามไทม์ไลน์ ไร้เงื่อนไขเกินโรดแมป ย้ำกกต.ทำตามกติกา หากไม่ได้สว.ตามรธน. โยนผู้มีอำนาจต้องแก้กฎหมาย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนเรื่อง “สื่อกับการปฎิบัติในห้วงมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว. ปี 67)” เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศที่เกี่ยวข้องในการเลือก ส.ว.

โดยนายแสวง กล่าวว่า การเลือกส.ว.ครั้งนี้ กกต.ไม่ได้ออกกฎระเบียบเพื่อมาใช้บังคับกับสื่อ สามารถทำงานตามหลักวิชาชีพได้ แต่กกต.ออกกฎและระเบียบเพื่อใช้บังคับกับผู้สมัครเท่านั้น ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมามีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกส.ว.หลากหลายมาก กกต.รับฟังทุกความคิดเห็น ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร เพียงแต่ขอให้ความคิดเห็นนั้นมีหลักการ มีเหตุผล เป็นประโยชน์ และเป็นธรรม ยินดีรับฟังเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขเท่าที่กฎหมายให้ทำได้

นายแสวง กล่าวยอมรับว่า การเลือกวุฒิสภาครั้งนี้มีความซับซ้อน สังคมมีความเห็นต่าง มองในสิ่งที่ตัวต้องการ สิ่งที่จะทำให้เราเดินไปสู่จุดหมายร่วมกันได้คือกติกาถ้าเราแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานของกติกาเชื่อว่าเรื่องจะง่ายความเห็นต่างมีได้ แต่ต้องรับรู้หรือทราบว่ากติกาเขียนว่าอย่างไร บางครั้งไม่ได้คิดต่างกับประชาชน แต่ต่างกันตรงที่ยืน เราเป็นกรรมการมีหน้าที่ทำตามกฏหมาย น้อยกว่าก็ไม่ได้เกินก็ไม่ได้ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ระบุว่าวุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 200 คนมาจากการเลือกตั้งเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์อาชีพลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกันหรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่างๆที่หลากหลายต่อสังคม ไม่ได้ให้หาเสียง แต่เลือกจากอดีตของคนๆนั้น นั่นหมายความว่า ไม่ได้เริ่มจากคะแนนนิยม ไม่เหมือนการหาเสียงของส.ส. ที่ต้องมาจากคะแนนนิยม ส.ส. เป็นการเลือกจากอนาคตคือการนำเสนอนโยบาย วิสัยทัศน์ที่จะไปบริหารบ้านเมือง

นายแสวง กล่าวต่อว่า กกต.มาทำสิ่งที่คนอื่นคิดและทำไว้ ไม่ได้คิดเองทำเอง เราทำตามรัฐธรรมนูญนี่คือกติกา แต่ถ้าเห็นว่าเลือกแล้วไม่ได้ผลที่อยากจะได้ต้องแก้นั่นคือหน้าที่ของผู้มีอำนาจที่จะต้องพิจารณาว่าวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ออกแบบไว้ต้องการคนดี คนเด่น คนดัง โดยเป้าหมายอาจจะใช่ แต่วิธีการไม่ได้ก็ต้องแก้วิธีการหรือถ้าเป้าหมายและวิธีการไม่ได้ก็ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญต้องการให้ได้ส.ว.ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เราพยายามออกแบบเพื่อให้กระบวนการไปถึงตรงนั้นให้ได้ หมายความว่าให้นาย ก. นาย ข. เดินมาสมัครและมีสิทธิได้รับเลือก ไม่ใช่ตั้งกลุ่มหรือก๊วนกันเข้ามา ซึ่งการออกระเบียบต่างๆ ดำเนินงานการตามกฎหมายและเป็นธรรม ให้โอกาสคนทั่วไป การป้องกันการเลือกไม่สุจริต สมมติมีการฮั้วแลกคะแนนกัน ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง สำนักงานมีข้อมูลไม่ว่าจะทั้งบนโต๊ะ ใต้โต๊ะ เราเก็บข้อมูลมาโดยตลอด การที่กฎหมายออกแบบใหม่มีการเลือกไขว้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ออกมาคิดว่าจะป้องกันการฮั้วได้ระดับหนึ่ง

Advertisement

“ไม่มีระเบียบใดใช้บังคับกับสื่อมวลชน สามารถนำเสนอข่าวได้ตามปกติแต่อาจจะกระทบการทำงานบางเรื่องเพราะบังคับใช้กับผู้สมัครในบางเรื่อง ซึ่งผู้สมัครจะต้องระมัดระวังตัวเอง สื่อสามารถนำเสนอข่าว วิเคราะห์ข่าว จัดเวที ก็ทำไป ยกตัวอย่าง สื่อไปสัมภาษณ์ผู้สมัครได้หรือไม่ ตอบว่าได้ แต่ว่าผู้สมัครอย่าแนะนำตัวเอง คือ สัมภาษณ์เรื่องทั่วไป กรณี ผู้สมัครมีความเชี่ยวชาญวิศวกร เกิดเหตุตึกถล่ม สามารถไปสัมภาษณ์ได้ว่าตึกถล่มอย่างไร แบบนี้ทำได้ ส่วนสื่อที่ลงสมัครก็ยังเป็นทำหน้าที่ประกาศข่าวได้ปกติ แต่อย่าแนะนำตัว ยืนยันว่าไม่ได้ออกระเบียบไปลิดรอนการทำงานของสื่อแต่อย่างใด” เลขากกต.กล่าว

นายแสวง กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กกต.ได้เพิ่มช่องทางให้ประชาชนมีส่วนรับรู้และเข้าถึงข้อมูลต่อผู้สมัครจากตัวผู้สมัครอีกทางหนึ่งคือ ผู้สมัครหรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร แนะนำตัวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก ยูทูป อินสตราแกรม สามารถแนะนำตัวได้ หมายความว่าประชาชนสามารถเห็นท่านได้ เข้าถึงข้อมูลจากช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนั้น ประชาชนรับรู้ เข้าถึง ติดตาม ตรวจสอบ ผู้สมัคร ได้ 2 ช่องทาง คือ ช่องทางของสำนักงานกกต. เพียงแต่ว่า ช่วง 5 วันของการเปิดรับสมัคร กฎหมายห้ามเปิดเผยข้อมูล เพราะจะมีส่วนได้เสีย ทำให้คนเลือกลงกลุ่มสมัครได้ แต่กกต.จะเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ทุกรายชื่อ ทุกกลุ่ม ทุกจังหวัด และประวัติต่างๆผ่านเว็บไซต์สำนักงานกกต.และแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโหวต เพื่อเป็นอีกช่องทางให้ประชาชนช่วยกกต.ตรวจสอบข้อมูล และอีกช่องทางคือการรับรู้ข้อมูลของผู้สมัครผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกกต.ได้พิจารณาแก้ไขระเบียบว่าด้วยแนะนำตัว เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกส.ว. และสามารถสังเกตการณ์การเลือกส.ว.ในวันเลือกทุกระดับได้ทุกที่ และจะกล้องวงจรปิดถ่ายทอด เพื่อแสดงให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่รับสมัครจนถึงประกาศรายชื่อส.ว.200 คน และสำรองอีก 100 คน

เลขาธิการกกต.กล่าวอีกว่า ส่วนจะได้วุฒิสภาหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น สำนักงานกกต.คงตอบแทนประชาชนไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของคนในชาติที่อยากเห็น อยากได้อะไร ต้องร่วมมือกันเพื่อให้ได้ตรงนั้น ไม่ว่ากลุ่มใด ฝ่ายใด อยากมองในสิ่งที่ตัวเองเห็น เราคงบังคับไม่ได้ ความคิดเป็นเสรีภาพแต่ตัวระเบียบและกฎหมายออกมาเพื่อให้ได้ส.ว.ตามที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้ แต่จะได้หรือไม่นอกจากความร่วมมือจากทุกคนในชาติแล้ว ต้องมาดูหน้างานว่าเวลาลงสนามจริงเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้หรือไม่ โดยสำนักงานจะมีมาตรการทำให้การเลือกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริตและเที่ยงธรรม

ทั้งนี้ กกต.ให้ผมมายืนยันว่า เราจะได้ส.ว. 200 คน พร้อมรายชื่อสำรองตามกำหนดเวลา ไม่มีข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขใดที่จะประวิงเวลาหรือเลื่อนเพื่อให้ได้ส.ว.ออกไปจากไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้

“เมื่อประกาศออกมาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา สิ่งที่คนคิดว่า สิ่งที่จะทำให้เกิดการเลื่อนมี 2-3 อย่าง 1. เรื่องคุณสมบัติ หากคนสมัครเยอะจะตรวจคุณสมบัติทันหรือไม่ ซึ่งการที่ตรวจสอบยากที่สุด คือการถือหุ้นสื่อ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ได้ประชุม 27 หน่วยงานตรวจสอบก็ได้ซักซ้อมตรงโดยหน่วยงานพร้อมสนับสนุนข้อมูล กรณีหุ้น หากเป็นการถือปกติ ตรวจสอบวันเดียว คลิกเดียวก็รู้ แต่ที่เกิดปัญหาเช่นในอดีต ส่วนใหญ่เป็นการโอนหุ้นที่มีความซับซ้อน นอกจากนี้ยังยังมีประเด็นว่า หากมีผู้สมัครบางกลุ่มคนไม่ครบ ลงคะแนนแล้วไม่ได้ 5 คน เมื่อเลือกแล้ว กระบวนการเลือกไม่ชอบมันก็จะได้หยุด ทั้งนี้ กรณีที่มีการยื่นเอกสารเท็จ จะถูกดำเนินคดี และอาจถูกเพิกถอนการสมัครตลอดชีพ (ใบดำ) ได้รับโทษทั้งผู้สมัครและผู้ให้การรับรอง ส่วนที่ยื่นต่อศาล แล้วศาลวินิจฉัยไม่ทัน การเลือกก็ดำเนินการต่อได้เลย เพราะกฎหมายกำหนดให้เลือกเท่าที่มี

เลขาธิการกกต. กล่าวต่อว่า 2. การร้องคัดค้านกระบวนการเลือกคณะกรรมการเลือกจะวินิจฉัยทันที และศาลฎีกาวินิจฉัยไม่ทันภายใน 1 วัน แต่ถ้าวินิจฉัยไม่ทันให้รับรองไปเลย แม้ว่าศาลตัดสินคืนสิทธิภายหลังก็ไม่มีผลกระทบ 3. การร้องทุจริต ถ้าหากทำไม่ทัน กฎหมายให้ประกาศรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลังเช่นเดียวกับการเลือกตั้ง สส. เพราะกฎหมายให้เรียกสำรอง 5 คน จากกลุ่มที่ถูกสอยก่อน หากหมดแล้วค่อยจับสลากสำรองกลุ่มอื่น แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว สำรองที่มีอยู่ไม่เพียงพอ กฎหมายก็กำหนดให้ทำหน้าที่เท่าที่มี แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือมากกว่า 100 คน แต่หากได้ส.ว.น้อยกว่า 100 คน และยังมีอายุทำงานของสว.เกิน 1 ปี ก็ให้กกต.จัดการเลือกให้ครบ

ขณะนี้ กกต.มีการแก้ไขระเบียบการแนะนำตัว โดยผู้สมัครสามารถแนะนำตัวผ่านโซเชียลได้ ได้ทุกแพลตฟอร์ม ติ๊กต๊อก YouTube Facebook Instagram สามารถทำได้แต่สาระของการแนะนำตัวให้เป็นไปตามกฎหมายคือตามแบบส.ว. 3 เท่านั้น

ส่วนสื่อไม่มีระเบียบไหนไปบังคับ สื่อยังสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ สามารถเชิญผู้สมัครมาสัมภาษณ์ได้ประเด็นอื่นๆ ที่ผู้สมัครคนนั้นๆ มีความเชี่ยวชาญ แต่ทั้งผู้สมัคร และสื่อ ต้องไม่มีการแนะนำตัว หรือบอกว่าตัวเองลงสมัครรับเลือกสว.อยู่ ส่วนการเชิญนักวิชาการมาวิเคราะห์ว่าใครจะได้รับการเลือกเป็นส.ว. นั้นสื่อสามารถทำได้ วันสมัครสื่อสามารถรายงานบรรยากาศ และสัมภาษณ์ผู้สมัครได้ แต่ผู้สมัครต้องระวังตัว ไม่แน่นะนำตัว ไม่พูดถึงวัตถุประสงค์การลงสมัคร เพราะจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย กรณีผู้สมัครมีการโพสต์ข้อความที่มีลักษณะเป็นการแนะนำตัวไว้ก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาฯ ก็ต้องลบข้อความดังกล่าวออก สื่อสามารถนำเสนอภูมิหลังทั้งด้านดี และไม่ดี ของผู้สมัครได้ แต่ต้องระวังเรื่องการถูกฟ้องหมิ่นประมาท

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี influencer เพื่อน หรือญาติผู้สมัคร จะสามารถนำเสนอข้อมูลผลงาน ความเคลื่อนไหวผู้สมัครส.ว.ได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย สื่อ หรือผู้อื่นก็คือคนคนเดียวกัน หากรู้เห็นเป็นใจทำให้การเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม ต้องได้รับโทษ การวินิจฉัยต้องดูที่ข้อเท็จจริง หากผู้สมัครไม่สบาย ต้องบอกคนเหล่านั้นอย่ามาทำให้ตนเอง แต่หากรับประโยชน์ตลอด ต้องพิสูจน์ ว่ารู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ยืนยันว่า การรณรงค์เชิญชวนคนมาสมัครไม่ถือเป็นความผิด ทำได้ทั้งนั้น แต่อย่าไปช่วยเหลือหรือแนะตัวในสิ่งที่ผิด เพราะตามระเบียบแนะนำตัว ให้ผู้สมัครดูแลตัวเอง ฉะนั้นต้องดูว่าใครช่วยเขาได้บ้าง

เมื่อถามถึงกรณีคณะก้าวหน้า กลุ่มไอลอว์ สามารถจัดกิจกรรมรณรงค์ สื่อสารเกี่ยวกับผู้สมัครได้มากน้อยแค่ไหน นายแสวง กล่าวว่า กรณีรณรงค์ให้มาสมัครเลือกตั้ง ไม่บอกว่าใครทำอาชีพอะไรสามารถทำได้แต่อย่าไปช่วยเหลือหรือแนะนำตัวในสิ่งที่ผิด อย่างที่บอกว่าระเบียบแนะนำตัวให้ผู้สมัครดูแลตัวเอง

เมื่อถามว่า วันที่ 15 พฤษภาคม และ 16 พฤษภาคม ศาลปกครองจะมีการไต่สวนกรณีมีผู้ร้องให้เพิกถอนระเบียบ แนะนำตัวสว. ทางกกต.จะเตรียมการรับมืออย่างไร นายแสวง กล่าวว่า รอดูวันที่ศาลมีคำวินิจฉัย จริงๆ เรื่องที่ถามก่อนจะแสดงความเห็นอะไร อยากให้กลับไปดูกฎหมายก่อนว่า กฎหมายให้ทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน กกต.ยืนยันว่า ทำตามกฎหมาย เราไม่ได้เขียนระเบียบขึ้นมาเอง