หน้าแรก การเมือง เพื่อนบุ้ง ย้...

เพื่อนบุ้ง ย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เผยทั้งน้ำตา อีกไม่กี่วันจะได้เข้าเยี่ยมแล้ว

14.05.24 | 16:35 น.

เพื่อนบุ้ง ย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อ – เผยทั้งน้ำตา อีกไม่กี่วันจะได้เข้าเยี่ยมแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ภายหลังจากที่ น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง ล้มฟุบและหัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมา ครอบครัวของ น.ส.เนติพรได้เดินทางมาที่สำนักงานนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมถึงทนายความ และเพื่อนนักกิจกรรมทางการเมืองด้วย หลังได้รับการยืนยันว่า น.ส.เนติพรเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางครอบครัวไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน โดยได้ให้ทนายความและเพื่อนเป็นคนให้ข้อมูล

นายกิตติธัช ศรีอำรุง และ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ เพื่อนนักกิจกรรมของ น.ส.เนติพรให้สัมภาษณ์หลังได้เข้าพูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.เนติพร

Advertisement

น.ส.ณัฐนิชกล่าวว่า น.ส.เนติพรไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว จากการที่บุ้งอดอาหารมานานกว่า 100 วัน โดยถูกคุมขังในคดี ม.112 และศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งแพทย์ยืนยันเวลาการเสียชีวิต 11.22 น. วันนี้เป็นที่ทราบกันในสังคมว่า 112 ได้พรากชีวิตพี่บุ้งไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนกำหนดการอื่นๆ จะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

น.ส.ณัฐนิชกล่าวต่อว่า ตอนนี้ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยังอดอาหารอยู่ในเรือนจำ เช่นเดียวกับบุ้ง ไม่อยากให้ต้องมีใครเสียชีวิตเพราะคดี 112 อีก จึงอยากให้ช่วยกันส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจว่า “วันนี้มีคนยอมแลกชีวิตด้วยการติดคุกเพราะ ม.112 จริงๆ บุ้งพูดไว้ว่า เขาไม่ได้มาเล่นๆ เขามาจริง และครั้งนี้เขาก็ต้องจากไปจริงๆ”

นายกิตติธัชกล่าวว่า ในนามตัวแทนของเพื่อน บุ้งยืนหยัดข้อเรียกร้อง 3 ข้อในการอดอาหาร จึงขอฝากถึงสังคมด้วยว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ

  1. ประเทศไทยไม่ควรที่จะได้เป็นสมาชิกคณะมนตรีว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งไม่ได้บอกว่าไม่ต้องเป็นเพราะตามกลไกของสหประชาชาติประเทศไทยได้เป็นแน่นอน แต่อยากแสดงให้เห็นว่าไม่ควรเป็น เพราะมองว่า การที่บุ้งไม่ได้รับการประกันตัวออกมาและต้องถูกกลับเข้าเรือนจำไปอีกครั้ง ด้วยเหตุผลที่อยู่นอกเหนือคดี ม.112 หรือคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ร้ฐและประชาชน รวมถึงการได้รับการดูแลในราชทัณฑ์ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศไทย
  2. ประเทศควรที่จะมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ประเทศไทย นักโทษคดี 112 และนักโทษทางการเมือง ควรจะได้รับสิทธิการประกันตัว
  3. ไม่ควรมีผู้เห็นต่างทางการเมืองจะต้องมาติดคุกอีก เนื่องจากที่ผ่านมาบุ้งมีความหวังและแรงจูงใจที่อยากจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่เด็ก จากภูมิหลังทางครอบครัว ไม่ได้พึ่งจะมาเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

นายกิตติธัชกล่าวว่า ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงไม่อยากให้สูญเปล่า และไม่อยากให้มีใครต้องมาติดคุกและถูกดำเนินคดีทางการเมืองอีก เพราะคดีทางการเมือง ไม่มีทั้งสิทธิประกันตัว และสิทธิในการพบทนายความ รวมถึงสิทธิในการเข้ารับการรักษาให้แพทย์เข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งนักโทษทางการเมืองจะมีความพิเศษมากกว่านักโทษทั่วไป ดังนั้น จึงยากเรียกร้องในจุดยืน 3 ข้อนี้ ในสังคมไทย และอยากสานต่อเจตนารมณ์ของบุ้ง ไม่อยากให้ข้อเรียกร้องนี้สูญเปล่า

“เหตุผลที่จะต้องสานต่อเจตนารมณ์ 3 ข้อ ก็เพราะมองว่า ตอนนี้ไม่ได้มีแค่บุ้ง ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน เพรายังมีคนที่อดอาหาร ในคดีทางการเมือง อยู่อีกมาแต่ขอไม่บอกว่าเป็นใครบ้าง และเชื่อว่าหากยืนหยัดใน 3 ข้อเรียกร้องนี้ จะสามารถช่วยเหลือได้อีกหลายคน พร้อมยอมรับว่า มีความกังวลที่จะมีนักโทษทางการเมืองรายอื่นๆ เกิดกรณีแบบเดียวกับบุ้ง” นายกิตติธัชกล่าว

นายกิตติธัชยังบอกต่อถึงความรู้สึกที่มีต่อบุ้งทั้งน้ำตาว่า ตนเองสนิทกับบุ้งมากยิ่งขึ้น วันนี้ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็ง แต่ก็อยากบอกบุ้งว่า คิดถึง เพราะอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเป็นรายชื่อตนเองก็จะได้เข้าเยี่ยม ซึ่งก็เป็นการสะท้อนอีกว่า แม้กระทั่งการเข้าเยี่ยมก็ยังเป็นปัญหาจึงเสียดายที่อีกแค่ 2 สัปดาห์ ก็จะได้เจอกันแล้ว

นายกิตติธัชกล่าวว่า กระบวนการประกันตัวก็อาจจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เพราะตนเองได้พูดคุยกับบุ้งก่อนเข้าเรือนจำว่าจะออกมาทำอะไรกันต่อบ้าง เพราะภาพสุดท้ายยังคงเกาะแขนบุ้งแล้วกระโดดโลดเต้น ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ ที่ผ่านมาอาจจะมีภาพออกไปทางโซเชียลอีกแบบ แต่ในฐานะน้อง เขาเป็นพี่สาวที่น่ารัก

นายกิตติธัชกล่าวต่อว่า ก่อนที่บุ้งจะเข้าเรือนจำ บุ้งได้ฝากไว้ว่า “พี่ยืนหยัดใน 3 ข้อนี้จริงๆ ถ้าพี่จะต้องตาย พี่จะต้องตายไปกับ 3 ข้อเรียกร้องนี้” ดังนั้นอยากจะให้ตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไปแล้วมาเรียกร้องใน 3 ข้อดังกล่าว

เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีของหยกจะมาที่โรงพยาบาลด้วยหรือไม่ นายกิตติธัชตอบเพียงว่า “ขอไม่ตอบ”

ต่อมานักข่าวยังติดต่อผ่านโทรศัพท์ไปหา หยก หนึ่งในนักกิจกรรมทางการเมือง ที่อยู่กลุ่มเดียวกับบุ้ง เพื่อถามว่าจะมาที่โรงพยาบาลด้วยหรือไม่ หยกตอบกลับมาเพียงว่า “โทรมาทำไมคะ ไม่ได้ไปค่ะ” ก่อนวางสายไปทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง